FANDOM


โดราเอมอน: บุกอาณาจักรเมฆ
Nobita and the Kingdom of Clouds - Movie cover
ภาษาญี่ปุ่น: ドラえもん のび太と雲の王国
Rōmaji: Doraemon: Nobita to Kumo no Okoku
ข้อมูลภาพยนต์
กำกับโดย: Tsutomu Shibayama
เขียนโดย: ฟูจิโอะ เอฟ. ฟูจิโอะ
วันเข้าฉาย: Flag of Japan 7 มีนาคม 2535
เพลงประกอบ: เพลงเปิด: โดราเอมอน โนะ อุตะ (ドラえもんのうた)
เพลงปิด: เมฆไปไหน (雲がゆくのは)
จัดจำหน่ายโดย: Toho
ระยะเวลา: 99 นาที
ประเทศ: ญี่ปุ่น
Box Office: 1.6 พันล้านเยน
ก่อนหน้า
โดราเอมอน: ตะลุยแดนอาหรับราตรี
ถัดไป
โดราเอมอน: ฝ่าแดนเขาวงกต

โดราเอมอน: บุกอาณาจักรเมฆ (ドラえもん のび太と雲の王国 Doraemon: Nobita to Kumo no Okoku) เป็น โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ลำดับที่ 13 เข้าฉายในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2535

เนื้อเรื่องอย่างละเอียดEdit

สร้างแดนสวรรค์ฺกันเถอะEdit

เริ่มเรื่องด้วยชาวสวรรค์แจ้งให้ผู้ติดเกาะแห่งหนึ่งให้รีบหนีออกจากเกาะ ซึ่งตอนนั้นมีผู้ที่ได้ยินเพียงคนเดียวคือชายแก่ผู้หนึ่งที่นึกว่าเป็นพระเจ้าจึงหนีตายไปบอกลูกและหลาน ซึ่งทั้งสองไม่เชื่อ คืนนั้นปรากฏว่าฝนตกลงมาอย่างหนักเฉพาะเกาะนั้นเกาะเดียว

ในชั้นเรียนของโนบิตะหลังจากที่คุณครูสอนเสร็จและให้ตั้งคำถามโนบิตะถามว่าสวรรค์อยู่ที่ไหนก็ถูกเพื่อน ๆ หัวเราะเยาะคิดว่าเป็นเด็กเล็ก ๆ หลังเลิกเรียนเขาจึงได้ไปหาหนังสือที่เกี่ยวกับสวรรค์ในห้องสมุด เมื่อเขากลับมาบ้านก็ได้เล่าว่ามีสวรรค์อยู่จริง ๆ เล่าไปเล่ามาโดราเอมอนก็หัวเราะเยาะเนื่องจากเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น พร้อมกับให้ดูหลักฐานว่าไม่มีสวรรค์อยู่จริงก็เพราะไม่มีดาวเทียมจับได้ว่ามี โนบิตะผิดหวังอย่างมากจึงได้ขอหนีออกจากบ้านโดยขึ้นไปบนก้อนเมฆ แต่ทว่าคอปเตอร์ไม้ไผ่แบตเตอรี่หมดจึงตกจากท้องฟ้า แต่โดราเอมอนช่วยเอาไว้ได้ทันโดยใช้แก๊สทำให้เมฆแข็งตัว และการสร้างสวรรค์ได้เริ่มตั้งแต่บัดนั้นมา เย็นวันนั้นโดราเอมอนได้ทำหุ่นยนต์ก้อนเมฆเพื่อขยายอาณาเขตอีก คืนนั้นโนบิตะกับโดราเอมอนวาดฝันเกี่ยวกับอาณาจักรของตนเองว่าจะมีอะไรบ้าง วันต่อมาโนบิตะลืมทำการบ้านและอยู่เย็นไม่ได้จึงขอครูไปยืนหน้าห้อง หลังเลิกเรียนโนบิตะไปขอร้องให้ชิซุกะช่วยออกแบบปราสาท เสร็จแล้วก็ขึ้นไปยังเมฆที่สร้างค้างไว้เพื่อก่อสร้างปราสาท สร้างแหล่งน้ำ และปลูกต้นไม้ ต่อมาเนื่องด้วยอาณาจักรจะถูกมองเห็นโดราเอมอนจึงใช้เมจิกโดมเพื่อพรางอาณาจักร และย้ายอาณาจักรไปยังทะเลเพราะมันบังแดดเมืองด้านล่าง พวกเขาได้พบเห็นต้นไม้อยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งแปลงมากที่ใบไม้ยังสด โดราเอมอนจึงไปสำรวจปรากฏว่าเหมือนตัดด้านบนของเกาะไป ส่วนโนบิตะโดนโจมตีด้วยเมฆสายฟ้าจึงจมน้ำลงมา พวกเขาได้กลับมาที่อาณาจักรอีกครั้งและได้พบว่างานก่อสร้างไม่ก้าวหน้าเท่าไร แต่เนื่องจากโดราเอมอนไม่มีเงินทุนทั้งคู่จึงทะเลาะกันในเวลาต่อมา คืนนั้นคุณพ่อได้เล่าถึงเพื่อนของเขาได้ก่อตั้งบริษัทใหม่โดยขายหุ้นเพื่อเป็นเงินทุน โนบิตะจึงได้คิดไอเดียโดยการขายหุ้นให้เพื่อน ๆ ซึ่งชิซุกะซื้อหนึ่งหุ้น ไจแอนท์ซื้อครึ่งหุ้น และซึเนะโอะซื้อ 300 หุ้น จากนั้นโดราเอมอนได้ไปซื้อของที่ห้างจากโลกอนาคตเพื่อเพิ่มกำลังการก่อสร้างอาณาจักรเมฆ และโนบิตะพาทุกคนไปดูอาณาจักรที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

เด็กหนุ่มปริศนาEdit

ที่ซาวันนาในแอฟริกา แกงค์นายพรานสี่คนกำลังจะล่าช้างเพื่อเอางาไปขาย (หลังจากได้ไปหลายอันแล้ว) แต่ทั้งหมดรวมถึงช้างได้ถูกดูดขึ้นสู่ท้องฟ้า วันต่อมาโนบิตะได้ชวนทุกคนมาที่บ้านเพื่อไปยังอาณาจักรเมฆที่สร้างเกือบจะเสร็จแล้ว ทุกคนได้พักผ่อนและเที่ยวเล่น ระหว่างที่โนบิตะกำลังนอนเล่น โดราเอมอนดูโทรทัศน์และได้ข่าวว่าป่าอเมซอนพื้นที่เส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งกิโลเมตรหายเข้ากลีบเมฆ และเมฆไปชนยอดเขา ทั้งคู่จึงได้ลงไปดู และพบเด็กคนหนึ่ง (คนเดียวกับในต้นเรื่อง) ขี่หลังสัตว์ประหลาด สุดท้ายทั้งคู่ช่วยออกมาได้ จึงรักษาพยาบาลเด็กคนนี้ จากนั้นทั้งห้าได้ใช้ประตูไปที่ไหนก็ได้ย้อนเวลากลับไปตอนหลังจากออกจากบ้านห้านาทีและทำการบ้านจนเสร็จ คืนนั้นโดราเอมอนใช้สารานุกรมครอบจักรวาลเพื่อค้นหาสัตว์ประหลาดที่พบ ปรากฏว่ามันคือกลิปโทดอนต์ซึ่งเป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์แล้ว ทั้งคู่คิดจะออกไปค้นหาแต่เนื่องจากเหนื่อยแล้วจึงนอนพักผ่อน (ไว้พรุ่งนี้) ที่อาณาจักรเมฆเด็กหนุ่มคนนั้นถูกชาวสวรรค์พาตัวไป

พบแดนสวรรต์ของจริงEdit

วันต่อมาทั้งห้าได้กลับมาที่อาณาจักรอีกครั้งแต่ก็พบว่าไม่อยู่ โดราเอมอนจึงได้ใช้ร้านเรียกกินข้าวเพื่อล่อเด็กคนนั้นให้กลับมา ระหว่างที่รอ ซึเนะโอะและไจแอนท์ได้คิดว่าจะทำอะไรดีซึ่งไจแอนท์คิดจะจัดคอนเสิร์ต ซึเนะโอะจึงว่าไจแอนท์ว่าคิดเหลวไหลเพราะเสียงเพลงที่น่ากลัว ซึเนะโอะบอกว่าเขาพูดได้เพราะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไจแอนท์เลยวิ่งไล่ตามอัดซึเนะโอะ ชิซุกะขอให้โนบิตะหยุดทั้งคู่แต่โนบิตะบอกว่าเขาทำไม่ได้ โดราเอมอนจึงให้มงกุฏราชาอาณาจักรเมฆกับผ้าพันคอเหาะเหินเพื่อหยุดไจแอนท์ เนื่องจากพลังมงกุฏเขาจึงต้องยอมรับผิดที่ใช้ความรุนแรง หลังจากนั้นโดราเอมอนได้นึกขึ้นได้เรื่องเด็กคนนั้น แต่ก็ยังไม่มา จึงได้บังคับเมฆไปยังเทือกเขาแอลป์ที่เมฆไปติดเมื่อวันก่อน ที่บ้านคุณแม่ของโนบิตะได้นำน้ำขึ้นไปเสิร์ฟให้เด็ก ๆ แต่ทุกคนได้หายไปเหลือแต่เป้ คุณแม่จึงบิดลูกบิดประตูไปไหนก็ได้แต่บิดเท่าไรก็เปิดไม่ออกจึงโมโหมาก ทุกคนยกเว้นโนบิตะได้ตามหาเด็กคนนั้นแต่หาไม่เจอไจแอนท์และซึเนะโอะจึงสั่งให้เขาไปหาเอง พวกเขาขัดคำสั่งโนบิตะได้เพราะไม่ได้อยู่ในอาณาจักร ตอนจะกลับอาณาจักรก็ถูกปลิวหายไปแล้ว โนบิตะสามารถหาก้อนเมฆสวรรค์ได้แต่ก็เข้ามาผิดที่ ซึ่งเมฆก้อนนั้นเป็นเขตอนุรักษ์สัตว์สูญพันธุ์ และได้พบกับพารูพารู เจ้าหน้าที่ประจำเขตซึ่งได้พาทั้งห้ากลับไปยังที่พักและแนะนำให้เพื่อนของเขากุริโอ ซึ่งเป็นคนที่พูดจาขวานผ่าซาก และเขาบอกให้พารูพารูทราบว่าส่วนกลางต้องการตัวเขาไป และไม่ให้กลับลงไปข้างล่างเพื่อไม่ให้แผนการของพวกเขารั่วไหล พารูพารูจึงบอกพวกโดราเอมอนว่าจะพาไปทัศนศึกษาสวรรค์ และก็พาพวกเขาไปทานอาหารเย็นและพาไปยังห้องนอน หลังจากที่พารูพารูออกจากห้องไปโนบิตะลองกดปุ่มที่เธอไม่ได้บอกก็ได้พบภาพเคลื่อนไหวบนหลังคา แต่สักพักกุริโอได้มาปิดและสั่งให้ทั้งห้านอน ทั้งห้าหมั่นไส้กุริโอและมารู้ว่าถูกขังจึงหนีออกไป แต่ทั้งหมดก็ถูกเมฆสายฟ้าผ่าใส่ ผ้าพันคอของโนบิตะขาดทำให้บินไม่ได้แล้ว ที่ที่พัก กุริโอพบว่าทั้งห้าได้หนีไปแล้ว จึงได้ออกตามหา ไจแอนท์และซึเนะโอะมาเจอกันและต่อมาไจแอนท์ถูกนกฟอรัสราคอสคาบไป พารูพารูและกุริโอได้ยินเสียงจึงได้ช่วยเอาไว้ และชิซุกะก็เดินมาเจอ กุริโอจึงถามทั้งสามว่าทำไมถึงหนีออกมา ไจแอนท์บอกว่าเพราะล็อคประตูขังไว้ พารูพารูบอกว่าเพราะข้างนอกมันอันตราย ถึงต้องทำ ไจแอนท์จึงเถียงว่าเขาจะกลับก็ต้องกลับได้ กุริโอจึงบอกให้พวกเขากลับไป และทิ้งท้ายว่าจะมีนกกินเนื้อแบบนี้เต็มไปหมด ทั้งสามจึงขอเลื่อนการกลับบ้านและพารูพารูก็พาทั้งสามกลับที่พักโดยกุริโอตามหาโนบิตะกับโดราเอมอน

ทัศนศึกษาสวรรค์Edit

เช้าวันต่อมาหลังจากโนบิตะตื่น เขาได้โยนกิ่งไม้ไปและก็ได้พบกับโดราเอมอน แต่คอมพิวเตอร์ในตัวโดราเอมอนเกิดการปั่นป่วน (แม้แต่พูดภาษาคนยังไม่ได้) โนบิตะจึงบอกโดราเอมอนว่าพวกเขาต้องไปช่วยเหลือเพื่อน ๆ เพื่อกลับบ้าน และขอของวิเศษ แต่โดราเอมอนก็เอาตัวตลกออกมา ไม่นานโนบิตะก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยและได้พบกับฮอยจากหมู่บ้านดองจาระ (เรื่องราวมาจากตอนสั้น) หลังจากที่โนบิตะได้สร้างหมู่บ้านไว้ที่ป่าอเมซอนแล้วก็เกิดการพัฒนาพื้นที่ขึ้น คนบนฟ้าจึงได้พาเอาพวกเขาขึ้นมาอยู่บนเมฆ

ฝั่งชิซุกะ ไจแอนท์ และซึเนะโอะ พารูพารูได้พาทั้งสามไปทัศนศึกษาสวรรค์ซึ่งเมฆสวรรค์แต่ละก้อนจะปะปนไปกับเมฆจริงและถูกพรางเอาไว้ทั้งหมด จึงไม่มีใครค้นพบได้ และพลังงานก็มาจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และถูกส่งไปรัฐอื่นด้วยไมโครเวฟ ชิซุกะบอกว่าคนบนดินต้องเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แต่ไจแอนท์และซึเนะโอะบอกว่าพวกเขาต้องเตรียมแผนการร้ายแน่ ๆ ที่ฝั่งหมู่บ้านดองจาระมีการฉลองให้โนบิตะและโดราเอมอนที่มาเยี่ยมพวกเขา พอฮอยพูดถึงเด็กที่ขี่หลังกลิปโทดอนต์โนบิตะได้ถามรายละเอียดเรื่องนั้น กลับมาที่ฝั่งพารูพารูและสามคน พวกเขาได้มาถึงรัฐกลาง จากนั้นได้ทำการขอร้องเข้าเมือง และได้ซุบซิบกับเจ้าหน้าที่เรื่องแผนการลับของพวกเขา ส่วนทั้งสามคนก็ได้รอและพบมนุษย์ต่างดาว จากนั้นมีพนักงานมาแจกแหวนเข้าเมือง หลังจากที่ทำเรื่องเข้าเมืองเสร็จชิซุกะอยากรู้เรื่องสวรรค์พารูพารูจึงพาไปศาลาว่าการที่กำลังแสดงละครเพลง "กำเนิดสวรรค์"

กลับมาที่โนบิตะกับโดราเอมอน ทั้งคู่ได้เดินทางไกลเพื่อไปบ้านของทากาโรซึ่งเป็นทางที่ไกลมาก พอโนบิตะขอของวิเศษโดราเอมอนก็หาว่าทะลึ่ง และกุริโอได้ขับยานตามหาพวกเขาจึงได้ซ่อนตัวเพื่อไม่ให้จับได้ จากนั้นพวกเขาได้มาถึงทะเลสาบ แต่โชคดีที่เนสซีได้ขึ้นมาจากน้ำพวกเขาได้ขี่มันเพื่อไปบ้านของทากาโร

ที่รัฐกลางทั้งสี่ได้เข้าไปในศาลาว่าการเพื่อชมละครเพลงกำเนิดสวรรค์ ซึ่งมีเนื้อหาว่า สิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้กำเนิดจากทะเล ซึ่งบางชนิดได้ขึ้นมาบนบก ด้วยความเขียวขจีของสวรรค์บนดินจึงปักหลักอยู่บนนั้น เวลาต่อมาเมื่อถือกำเนิดลูก เวลาแห่งความสุขก็ได้ไหลผ่านไป จนวันที่กษัตริย์ผู้ชั่วร้ายทั้งสามไปรากฏตัวและทำสงครามกันเพื่อชิงพื้นที่สวรรค์แห่งนี้ กองทัพทั้งสามได้ใช้ไฟทำให้สวนสวรรค์แห่งนี้มอดไหม้ กษัตริย์สีขาวที่ถูกไล่ออกจากสวรรค์จึงไปอยู่บนภูเขาด้วยความเศร้าโศก ทันใดนั้นก็มีอุกกาบาตมาครอบภูเขาไว้และรอบข้างก็สว่างขึ้นมา และสามารถขึ้นไปยืนบนเมฆได้ กษัตริย์ขาวจึงปักหลักบนเมฆ แต่ด้วยความอิจฉาของกษัตริย์ทั้งสามจึงได้ยิงธนูขึ้นไป และทันใดนั้นฝนก็ตกลงมาชะล้างความโสมมบนพื้นโลก จากนั้นมากษัตริย์ขาวจึงได้สร้างสวรรค์แห่งใหม่บนท้องฟ้า

แผนการลับของชาวสวรรค์Edit

ฝั่งโนบิตะและโดราเอมอน พวกเขาได้มาถึงอีกฝั่งของทะเลสาบและได้พบกับทากาโร เขาได้เล่าให้โนบิตะว่าพวกเขาสามคนเรือล่มเลยมาติดเกาะ และตนนั้นฝนก็ตกลงมาจนเกาะทั้งเกาะจมหาย จากนั้นทั้งสามได้ถูกจานบินดูดขึ้นมาและถูกพามาที่เขตอนุรักษ์สัตว์สูญพันธุ์ และเขาก็ได้วางแผนหนีเพราะคุณแม่จะเป็นห่วงจึงสนิทกับกลิปโทดอนต์ตัวหนึ่งที่สามารถขุดโพรงใหญ่ ๆ ได้ พอเมฆเฉียดยอดเขาก็กระโดดลงมา คุณพ่อและคุณปู่ของเขาจึงเตือนว่าอย่าทำแบบนี้อีก เนื่องจากโนบิตะต้องหนีเพื่อไปช่วยเพื่อน ๆ และซ่อมโดราเอมอนฮอยจึงให้ความช่วยเหลือ

ที่รัฐกลางรัฐมนตรีดาวพืชได้เดินทางมาหา ส่วนพารูพารูพาทุกคนไปยังสวนสาธารณะของรัฐกลาง และที่ไม่ค่อยมีคนก็เพราะมีคนอพยพไปยู่บนดาวดวงอื่นเพื่อหนีความสกปรกของอากาศและรูโหว่โอโซน ไจแอนท์ก็ได้พูดมาว่าข้างบนก็ยังวุ่นวาย พารูพารูจึงว่าทั้งสามคนว่าเป็นความรับผิดชอบของมนุษย์บนดิน และได้เปิดเผยแผนการลับของชาวสวรรค์ กลับมาที่โดราเอมอนและโนบิตะ ฮอยได้ใช้บังเหียนสารพัดประโยชน์ของเขาเพื่อจับนกอัลบาทรอซตัวหนึ่งให้โนบิตะออกจากสวรรค์ ทากาโรบอกว่าเขากลับไปไม่ได้เพราะติดแหวนที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณที่ไม่ว่าไปไหนชาวสวรรค์ก็จับได้ และถอดไม่ออกอีกด้วย ทั้งคู่สามารถออกไปจากอาณาจักรได้สำเร็จ กลับมาที่ทั้งสามคน พารูพารูได้เปิดเผยแผนโนอาห์ที่ชาวสวรรค์กำลังเตรียมแผนเพื่อให้น้ำท่วมโลกบนดินให้พังพินาศ อันเนื่องมาจากการทำให้โลกเกิดมลภาวะของคนบนพื้นโลก แต่พวกเขาจะดึงสัตว์ มนุษย์ และพืชขึ้นมา เมื่อแผนเสร็จแล้วจะส่งกลับลงไปตามเดิม โดยจะเริ่มทำหลังจากที่ทดลองและประชุมเสร็จแล้ว และการพิพากษาครั้งสุดท้ายที่ทั้งสามคนจะต้องเข้าร่วมในฐานะตัวแทนจากคนบนพื้นโลก

น้ำท่วมโลก!?Edit

ทางโนบิตะกับโดราเอมอน พวกเขาได้ขี่นอัลบาทรอซจนตอนกลางคืน และทั้งหมดก็หิวมากจนได้มาเจอเมฆของพวกเขา พวกเขาได้กินอาหารอย่างมีความสุข หลังจากที่บอกลาอัลบาทรอซแล้วทั้งคู่ได้เปิดประตูไปที่ไหนก็ได้เพื่อกลับบ้าน ก็พบว่าเกิดน้ำท่วมใหญ่ และทุกคนได้หายตัวไปแล้ว จากนั้นโนบิตะและโดราเอมอนก็ถูกน้ำซัดออกไปข้างนอก เมื่อโดราเอมอนถูกน้ำอาการเสียของเขาก็หายและค้นหาโนบิตะที่ถูกน้ำพัดหายไป และพาโนบิตะไปพักที่ยอดตึก พวกเขาคิดว่าที่น้ำท่วมใหญ่น่าจะเป็นเพราะคนบนฟ้า เมื่อพบประตูไปที่ไหนก็ได้ที่ถูกน้ำพัดไปพวกเขาก็กลับไปยังอาณาจักรเพื่อพักผ่อน

เช้าวันต่อมาโดราเอมอนเรียกโนบิตะมากินข้าวเช้า โนบิตะก็นึกได้ว่าโดราเอมอนมาจากศตวรรษที่ 22 แล้วทำไมโดราเอมอนยังอยู่ทั้ง ๆ ที่โลกบนดินล่มสลายไปแล้ว ทั้งคู่จึงได้ไปเช็คหน้าปัดของประตูไปที่ไหนก็ได้และพบว่ามีคนมาบิดหน้าปัดที่ลูกบิดประตูไปยังสิบวันข้างหน้า โดราเอมอนจึงบิดกลับไปวันที่ออกเดินทางก็พบว่าไม่มีอะไร และได้พบคุณแม่กำลังอยู่ คุณแม่ได้ยินเสียงโนบิตะก็ไล่ตามไปขณะที่ทั้งคู่ได้หนีกลับไปยังอาณาจักรตามเดิม คุณแม่โกรธเป็นฟินเป็นไฟ ส่วนโดราเอมอนกินโดรายากิไปคิดไป ส่วนที่บ้านพักของประธานาธิบดี ประธานาธิบดีของสวรรค์และทูตดาวพืชมีความกังวลเป็นอย่างมากในเรื่องอากาศสกปรก เมื่อการพิพากษาครั้งสุดท้ายผ่านเขาจะกดปุ่มเพื่อให้น้ำท่วมโลกเพื่อดำเนินการแผนโนอาห์

ต่อมาในการพิพากษาครั้งสุดท้ายได้มีการนำเสนอเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของโลกที่ถูกทำลายอันเนื่องมาจากมนุษย์บนพื้นโลก โดยมีสัตว์ทั้งหลายเป็นพยาน ต่อมาเป็นคำให้การของมนุษย์บนพื้นโลก ไจแอนท์เกิดอารมณ์โมโหมากที่พวกเขานั่งเฉย ๆ แล้วมาหาว่าเป็นผู้ร้าย ใช้น้ำท่วมมันไม่โหดร้ายเกินไปเหรอ ประธานบอกว่ามนุษย์ สัตว์ และพืชจะได้รับการคุ้มครอง ซึเนะโอะพูดไปว่าเมืองมันก็ถูกน้ำพัดเสียหาย แล้วจะอยู่อย่างไร ชาวสวรรค์บอกว่าบรรพบุรุษยังอยู่แบบนี้ได้เลย ไจแอนท์โกรธจัดเพราะพวกเขาจะให้กลับไปใช้ชีวิตเหมือนลิงอีก ชิซุกะเลยบอกชาวสวรรค์ไปว่าตอนนี้มนุษย์ที่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติก็มีเพิ่มมากขึ้น กิจกรรมที่ปกป้องโลกก็มากขึ้น แต่ไม่มีชาวสวรรค์เชื่อเลย พารูพารูจึงได้ขอเวลาให้ทั้งสามคนเตรียมตัว ประธานจึงปิดประชุม พารูพารูพาทั้งสามคนกลับไปโรงแรม เมื่อชิซุกะอาบน้ำเสร็จก็จะเริ่มวางแผนสำหรับการพิพากษาในวันต่อไป แต่ทว่าไจแอนท์และซึเนะโอะหนีไปแล้วเพื่อที่จะไปแจ้งคนบนพื้นโลกเรื่องแผนโนอาห์ แต่แล้วก็หนีไม่พ้นเพราะในแหวนมีเครื่องส่งสัญญาณ และแหวนนี่ก็ถอดไม่ออก ทันใดนั้นยานตำรวจไล่กันเองเพราะพวกแก๊งค์นายพรานได้ชิงยานตำรวจไป โดราเอมอนคิดออกแล้วว่าใช้แก๊สทำให้เมฆคืนตัวหากจะทำแผนโนอาห์ แต่โดราเอมอนจะใช้เป็นไพ่ตายใบสุดท้าย คืนนั้นแก๊งค์นายพรานได้ถูกกองตำรวจยิงตกจึงได้ตกลงมาในอาณาจักรของโนบิตะ โนบิตะจึงไล่ตำรวจออกไปจากอาณาจักร โนบิตะและโดราเอมอนได้รับรู้ถึงแผนโนอาห์จากนายพรานทั้ง 4 คน พวกเขาจึงเปิดเผยแก๊สคืนสภาพเมฆที่จะทำลายอาณาจักรของพวกเขา และปืนยิงแก๊สที่โจมตีอาณาจักรอื่น คืนนั้นแก๊งค์นายพรานได้ประชุมเพื่อที่จะวางแผนใช้ปืนยิงแก๊สถล่มสหพันธรัฐ

ความเสียสละของโดราเอมอนEdit

เช้าวันรุ่งขึ้น โดราเอมอนได้ขู่ชาวสวรรค์ว่าถ้าไม่หยุดแผนโนอาห์จะใช้แก๊สคืนสภาะเมฆโจมตี ชิซุกะได้ดูข่าวว่ามุษย์บนโลกจะใช้แก๊สทำให้เมฆคืนตัว และมีหน้าโนบิตะกับโดราเอมอน พารูพารูจึงพาทั้งหมดไปยังอาณาจักรเมฆเพราะเชื่อว่าโดราเอมอนจะไม่ใช้ของชิ้นนั้นอย่างเด็ดขาด หัวหน้านายพรานไม่รอช้าจึงขอให้โจมตีสหพันฐรัฐแต่โนบิตะไม่ให้ แก๊งค์นายพรานจึงแย่งมงกุฏราชาจากโนบิตะแล้วหัวหน้าเอาไปใส่ แล้วจับมัดโนบิตะกับโดราเอมอนแล้วเอาไปขัง พอพารูพารูและสามคนมาถึงก็พบว่าอาณาจักรถูกยึดไปแล้วและถูกจับเช่นกัน จากนั้นหัวหน้านายพรานก็ได้ยิงแก๊สใส่รัฐพลังงานเพื่อโจมตี จากนั้นก็ได้ขับเมฆไปใกล้รัฐกลางเพื่อจะยิงรัฐกลางให้ร่วง ทางตำรวจยิงอาณาจักรให้ตกแต่ก็ไม่เป็นผล โดราเอมอนจึงสละชีพตัวเองไปเปิดแท็งค์แก๊สทำให้เมฆคืนตัวเพื่อทำลายอาณาจักรเมฆ โดราเอมอนหมดสติไป หลังจากที่อาณาจักรพังทลายลงไปมนุษย์บนพื้นโลกทุกคนก็ได้รับการช่วยเหลือ ในที่ประชุม พารูพารูและทุกคนที่ได้รับการช่วยเหลือโดยโนบิตะ ได้แก้ต่างให้กับมนุษย์บนพื้นโลกที่ว่ามนุษย์บนพื้นโลกก็ยังมีคนดี ๆ อย่างโดราเอมอนและโนบิตะ โดยกลุ่มคนแคระได้รับความช่วยเหลือไปสร้างหมู่บ้านในป่าอเมซอน นกโมอาและโดโดที่ได้รับความช่วยเหลือโดยการสร้างเกาะร้างให้ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และทูตจากดาวพืชก็เช่นกัน ได้ปล่อยแสงสีเขียวให้โดราเอมอนฟื้น และเล่าประวัติของเขาในที่ประชุมว่าเขาได้รับความช่วยเหลือจากโนบิตะและโดราเอมอน โนบิตะนึกได้ว่าทูตดาวพืชคือคีโบ ทูตดาวพืชจึงพูดในที่ประชุมว่าแม้ว่าธรรมชาติกำลังถูกทำลายแต่ก็ยังมีคนที่รักษ์ธรรมชาติเพิ่มมากชึ้น และขอให้ชาวสวรรค์เพิ่มเวลาให้กับชาวโลก ทั้งนี้ดาวพืชเปิดรับชาวสวรรค์ทุกคนให้ไปอยู่ชั่วคราว เย็นวันนั้นพารูพารูกลับมาส่งโดราเอมอนและเพื่อน ๆ บนพื้นโลกและบอกลาพวกเขาว่าจะอพยพไปอยู่บนดาวพืช เมื่อน้ำและอากาศสะอาดขึ้นแล้วจะกลับมา เมื่อจากกันแล้วโดราเอมอนและเพื่อน ๆ ทุกคนก็กลับไปเวลาเดิมเพื่อทำการบ้าน

ตัวละคร (เรียงลำดับการปรากฏตัว)Edit

ของวิเศษที่ใช้Edit

รู้หรือไม่Edit

  • เสียงออดที่ที่พักของพ่รูพารูและกูริโอเป็นเสียงเดียวกันกับเสียงออดของดาวพวกนิมเงะในตะลุยดาวต่างมิติ
  • ในตอนนี้มีตัวละครรับเชิญจากตอนสั้น ฮอยและชาวหมู่บ้านดองจาระและคีโบ
ภาพยนตร์รุ่น 1979
โดราเอมอน: ไดโนเสาร์ของโนบิตะ (1980) ● โดราเอมอน: โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ (1981) ● โดราเอมอน: ตะลุยแดนมหัศจรรย์ (1982) ● โดราเอมอน: ผจญภัยใต้สมุทร (1983) ● โดราเอมอน: ท่องแดนเวทมนตร์ (1984) ● โดราเอมอน: สงครามอวกาศ (1985) ● โดราเอมอน: สงครามหุ่นเหล็ก (1986) ● โดราเอมอน: บุกแดนใต้พิภพ (1987) ● โดราเอมอน: ท่องแดนเทพนิยายไซอิ๋ว (1988) ● โดราเอมอน: ท่องแดนญี่ปุ่นโบราณ (1989) ● โดราเอมอน: ตะลุยดาวต่างมิติ (1990) ● โดราเอมอน: ตะลุยแดนอาหรับราตรี (1991) ● โดราเอมอน: บุกอาณาจักรเมฆ (1992) ● โดราเอมอน: ฝ่าแดนเขาวงกต (1993) ● โดราเอมอน: สามอัศวินในจินตนาการ (1994) ● โดราเอมอน: บันทึกการสร้างโลก (1995) ● โดราเอมอน: ผจญภัยสายกาแล็คซี่ (1996) ● โดราเอมอน: ตะลุยเมืองตุ๊กตาไขลาน (1997) ● โดราเอมอน: ผจญภัยเกาะมหาสมบัติ (1998) ● โดราเอมอน: ตะลุยอวกาศ (1999) ● โดราเอมอน: ตำนานสุริยกษัตริย์ (2000) ● โดราเอมอน: โนบิตะและอัศวินแดนวิหค (2001) ● โดราเอมอน: โนบิตะตะลุยอาณาจักรหุ่นยนต์ (2002) ● โดราเอมอน: โนบิตะมหัศจรรย์ดินแดนแห่งสายลม (2003) ● โดราเอมอน: โนบิตะท่องอาณาจักรโฮ่งเหมียว (2004)
ภาพยนตร์รุ่น 2005
โดราเอมอน: ไดโนเสาร์ของโนบิตะ 2006 (2006) ● โดราเอมอน: โนบิตะตะลุยแดนปีศาจ 7 ผู้วิเศษ (2007) ● โดราเอมอน: โนบิตะกับตำนานยักษ์พฤกษา (2008) ● โดราเอมอน: โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ 2009 (2009) ● โดราเอมอน: สงครามเงือกใต้สมุทร (2010) ● โดราเอมอน: โนบิตะผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก ~ปีกแห่งนางฟ้า~ (2011) ● โดราเอมอน: โนบิตะผจญภัยในเกาะมหัศจรรย์ ~แอนิมอลแอดเวนเจอร์~ (2012) ● โดราเอมอน: โนบิตะล่าโจรปริศนาในพิพิธภัณฑ์ของวิเศษ (2013) ● โดราเอมอน: โนบิตะบุกดินแดนมหัศจรรย์ ~เปโกะกับ 5 สหายนักสำรวจ~ (2014) ● สแตนด์บายมี โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป (2014) ● โดราเอมอน: โนบิตะผู้กล้าแห่งอวกาศ (2015) ● โดราเอมอน: โนบิตะกำเนิดประเทศญี่ปุ่น 2016 (2016) ● โดราเอมอน: โนบิตะผจญภัยในแอนตาร์กติกแห่งคะจิโคะจิ (2017)● โดราเอมอน: โนบิตะกับเกาะมหาสมบัติ (2018)