FANDOM


โดราเอมอน: บุกแดนใต้พิภพ
Nobita and the Knights on Dinosaurs - Movie cover
ภาษาญี่ปุ่น: ドラえもん のび太と竜の騎士
Rōmaji: Doraemon: Nobita to Ryuu no Kishi
ข้อมูลภาพยนต์
กำกับโดย: Tsutomu Shibayama
ผลิตโดย: Asatsu
เขียนโดย: ฟูจิโอะ เอฟ. ฟูจิโอะ
วันเข้าฉาย: Flag of Japan 14 มีนาคม พ.ศ. 2530
ดนตรีโดย: Shunsuke Kikuchi
เพลงประกอบ: เพลงเปิด: โดราเอมอน โนะ อุตะ (ドラえもんのうた)
เพลงปิด: เพราะว่าเราเป็นเพื่อนกัน (友達だから)
จัดจำหน่ายโดย: Toho
สตูดิโอ: Shin-Ei Animation
Shaft
Asahi Production
ระยะเวลา: 91 นาที
ประเทศ: ญี่ปุ่น
Box Office: 1.50 พันล้านเยน
ก่อนหน้า
โดราเอมอน: สงครามหุ่นเหล็ก
ถัดไป
โดราเอมอน: ท่องแดนเทพนิยายไซอิ๋ว

โดราเอมอน: เผชิญอัศวินไดโนเสาร์ (ドラえもん のび太と竜の騎士 Doraemon Nobita to Tetsujin Heidan) หรือ บุกแดนใต้พิภพ เป็น โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ลำดับที่ 8 เข้าฉายในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2530

เนื้อเรื่องอย่างละเอียดEdit

ทุกคนบอกว่าไดโนเสาร์ไม่เหลืออยู่บนโลกแล้ว แต่โนบิตะถามทุกคนว่าไปสำรวจทั่วโลกมาแล้วเหรอว่าไม่มี เรื่องเนสซีก็ไม่รับประกันว่าเป็นจริง แถมถ้าเจอก็ต้องเจอทุกที่แต่ญี่ปุ่นไม่มีเลย จากนั้นไจแอนท์และซึเนะโอะก็หัวเราะเยาะ โนบิตะทนล้อเลียนไม่ไหวเลยวิ่งกลับบ้านไปถามโดราเอมอน เพื่อที่จะหาไดโนเสาร์จากทั่วโลกให้ได้ ชั่วชีวิตก็ต้องทำเพื่อแก้แค้นซึเนะโอะ โดราเอมอนเลยเอาหมอดู OX ออกมาเพื่อความแน่ใจ ตอนแรกโดราเอมอนสาธิตโดยถามว่า "โนบิตะสอบได้ 0 คะแนนอีกแล้วใช่ไหม" ก็ถูกต้องเพราะเป็นจริง ต่อมาโนบิตะถามแต่ละที่ว่ามีไดโนเสาร์หรือไม่ ก็ไม่มี พอโดราเอมอนถามว่าบนโลกยังมีไดโนเสาร์อีกไหม หมอดูก็บอกว่าไม่มีอีก ความฝันโนบิตะก็พังทลายลง ทางซึเนะโอะ ไจแอนท์ เล่นเครื่องบินบังคับ เครื่องเกิดอาการรวนซึเนะโอะเลยขอคืน ไจแอนท์ก็ยังจะบังคับต่อ แต่เมื่อเอาคืนให้ก็บังคับไม่อยู่ตกน้ำไปเลย และไดโนเสาร์ก็โผล่ขึ้นมาจากแม่น้ำ ซึเนะโอะตกใจมากเลยรีบวิ่งหนี แต่พอมองกลับมาก็หายไปแล้ว

คุณแม่อารมณ์ดีเข้ามาที่ห้องโนบิตะเพราะไม่รู้ว่าสอบได้ 0 คะแนน แต่เริ่มโมโหเพราะเหมือนโนบิตะมีพิรุธ แถมหมอดู OX ก็ยังทำงานอีก โนบิตะรู้ทันว่าคุณแม่ต้องมาค้นห้องแน่ และคุณแม่วานให้ไปซื้อของด้วย โนบิตะเลยเอาผลสอบใส่กระเป๋าเป้และบอกคุณแม่ว่าจะไปอ่านหนังสือกับเพื่อน หลังจากซื้อของเสร็จแล้วโดราเอมอนเสนอว่าลองฝากผลสอบไว้กับเพื่อน โนบิตะคัดค้านเพราะไม่งั้นเพื่อนๆ จะล้อแน่โดยเฉพาะซึเนะโอะ และซึเนะโอะก็ออกมาด้วยสีหน้าหวาดกลัวแล้วก็เดินหายไป เย็นนั้นโดราเอมอนเอาหลุมที่ไหนก็ได้เพื่อเชื่อมต่อกับถ้ำสักแห่งในโลก เมื่อโดราเอมอนตั้งค่าเสร็จแล้วโนบิตะลองลงไปดูก็พบว่าเป็นแหล่งน้ำใต้ดิน โนบิตะเลยจัดการตั้งเอง เช็คดูแล้วก็พบว่าไม่มีน้ำหรือแก๊สอันตราย จากนั้นทำการโปรยมอสแสงแดด แล้วซ่อนข้อสอบไว้ที่ใดสักแห่งในถ้ำ จากนั้นก็เดินทางกลับบ้าน

คืนนั้นซึเนะโอะโทรไปปรึกษาเดคิสุงิเรื่องที่เจอมาตอนกลางวัน ก็สบายใจขึ้น คิดว่าเป็นแค่ตาฝาด แต่พอมองออกไปที่สวน ก็พบไดโนเสาร์กำลังกินใบไม้อยู่ ซึเนะโอะตื่นตระหนกมากคุณแม่เลยมาดู แต่ก็ไม่มีอะไรเลย และคุณแม่โอ๋ซึเนะโอะเพราะสติเขาแตกไปแล้ว วันต่อมาหลังเลิกเรียนโนบิตะกลับมาที่บ้านแล้วไปยังโพรงนั่นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไปจากที่ห้องเอง โนบิตะลองตรวจสอบว่าผลสอบยังอยู่หรือเปล่า ก็ปลอดภัยดี โดราเอมอนเลยสร้างตู้เซฟให้ จากนั้นก็สร้างห้องให้โนบิตะ จากนั้นโนบิตะก็ไปชวนชิซุกะมาเล่นด้วย แต่ระหว่างทางก็เจอไจแอนท์กับซึเนะโอะ เลยโทรศัพท์ไปหาโดราเอมอนให้เอาโพรงมาไว้ที่ลานว่างแทน ทุกคนก็สร้างห้องของตัวเองขึ้นมา ยกเว้นซึเนะโอะที่ต้องการอยู่คนเดียวเงียบๆ เขาเลยเข้าไปในโพรงลึกๆ และก็พบกับกองทัพไดโนเสาร์! เขาเลยรีบวิ่งกลับมาบอกทุกคน แต่เมื่อไปดูอีกครั้งก็ไม่มีอะไรวิ่งผ่านไปเลย คนอื่นๆ เลยคิดว่าตาฝาดไป ต่อมาทีวีเฝ้าบ้านดังขึ้นเพราะคุณแม่ของโนบิตะกำลังตามหาตัว ซึ่งแม่ของไจแอนท์คงไม่ต่างกัน ชิซุกะก็ยังไม่ได้ทำการบ้าน เลยแยกย้ายกันกลับบ้าน

วันต่อมาโนบิตะและไจแอนท์โทรไปที่บ้านซึ่งกันและกันเพื่อโกหกคุณแม่ว่าไปอ่านหนังสือด้วยกันเพื่อไปฐานทัพใต้ดิน ทุกคนทำกิจกรรมกันอย่างสนุกสนานแต่ซึเนะโอะไปที่ที่เดียวกับเมื่อวานเพื่อจะไปถ่ายรูป ก็ไปพบเครื่องบินบังคับของตัวเอง ซึเนะโอะตกใจทิ้งกล้องของตัวเองไป และหลงทางในถ้ำใต้ดิน! ซึ่งมีคนปริศนาช่วยชีวิตไว้ได้ ต่อมาทุกคนขับรถบัคกี้แข่งกันที่ลานโล่งและไปพบกับกล้องวิดีโอของซึเนะโอะเข้า และสัญญาณของทีวีเฝ้าบ้านก็ดังขึ้นเพราะคุณแม่ของโนบิตะและคุณแม่ของไจแอนท์จับได้ว่าโกหก เลยต้องรีบกลับบ้าน และโนบิตะก็ถูกคุณแม่เทศน์อย่างโกดและถูกกักบริเวณไว้ห้ามออกนอกบ้านยกเว้นไปโรงเรียน โนบิตะร้องไห้อย่างรุนแรงแต่ก็บอกให้เอามาไว้ที่บ้าน แต่ว่าเมื่อมาถึงเด็กเอาไปกลิ้งเล่นและโดนรถบรรทุกเหยียบไปหมดแล้ว วันต่อมาโดราเอมอนจึงต้องไปบอกความจริงให้ ทุกคนผิดหวังและโกรธมากโดยเฉพาะไจแอนท์ และก็พบว่าซึเนะโอะหายตัวไปในโลกใต้พิภพ!!! โดราเอมอนเลยเอากล้องวิดีโอของซึเนะโอะมาดูก็พบเครื่องบินบังคับของซึเนะโอะที่จมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งรู้แล้วว่าที่ก้นแม่น้ำทานะเชื่อมต่อกับถ้ำแห่งนี้แน่นอนโดราเอมอนเลยจะออกจากบ้านไป แต่คุณแม่ไม่ให้โนบิตะออกจากบ้าน เลยต้องหนีออกจากบ้านไปตอนกลางคืน

คืนนั้นโดราเอมอนเรียกไจแอนท์และชิซุกะมาที่ลานว่าง และยืนยันว่าซึเนะโอะติดอยู่ใต้ดิน วันรุ่งขึ้นทุกคนลงไปที่ก้นแม่น้ำทานะเพื่อหาโพรงที่เชื่อมต่อกับโลกใต้ดิน เมื่อพบโพรงแล้วก็เข้าไปข้างใน ออกมาก็พบกับโลกใต้พิภพที่มีแต่ไดโนเสาร์ (ทำไมมันขัดแย้งกับหมอดู OX) ที่หมอดูบอกว่าไม่มีก็เพราะไม่ได้ถามใต้โลก จากนั้นพวกเขาตามหาซึเนะโอะ แต่ถ้าแยกย้ายกันเดี๋ยวได้หลงทางกันหมดโดราเอมอนเลยใช้หน่วยค้นหาจิ๋วเพื่อออกสำรวจทั่ว ต่อมาพบเครื่องบินบังคับของซึเนะโอะ ซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นคนบังคับและวิ่งเร็วมากๆ ต่อมาไปพบกับป้อมปราการปริศนา ต่อมามีสัญญาณจากหน่วยค้นหาอีก แต่คอปเตอร์ไม้ไผ่ของโนบิตะหยุดทำงาน ซึ่งต้องให้มันหยุดพักก่อน ต่อมาเดินไปเรื่อยๆ ก็พบกับไดโนเสาร์ไทรันโนซอรัส ทุกคนรีบวิ่งหนีแต่โนบิตะวิ่งตามไม่ทัน แต่คนป่าหน้าไดโนเสาร์ได้ช่วยเอาไว้ แต่เมื่อโดราเอมอนมาขอบคุณทุกคนก็ถูกจับ เมื่อเครื่องบินผ่านไปมนุษย์ไดโนเสาร์พวกนี้ก็พาโดราเอมอนและเพื่อนๆ หนีไปด้วย และเห็นอะไรบางอย่าง พอไจแอนท์เงยหน้าก็โดนตีด้วยหอก จากนั้นมีอัศวินไดโนเสาร์มาช่วยเอาไว้ ทำให้โดราเอมอนและเพื่อนๆ รอดตาย แต่เนื่องจากพูดคนละภาษาทำให้ต้องใช้วุ้นแปลภาษาเพื่อให้ฟังรู้เรื่อง อัศวินไดโนเสาร์คนนี้ชื่อบังโฮ เขาต้อนรับอย่างดีแล้วพาไปที่ที่ปลอดภัย จากนั้นทุกคนก็ถามหาว่าเห็นเด็กปากแหลมไหม เขาตอบว่าได้ช่วยเหลือเอาไว้ แต่อยู่ที่เองริรุ ซึ่งต้องนั่งเรือข้ามทวีปไป และเครื่องบินบังคับของซึเนะโอะบังโฮได้เอามาดัดแปลงเพื่อใช้บินตรวจการ ส่วนบังโฮเป็นผู้ตรวจการณ์สัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ต่อมาทุกคนมาพบอุโมงค์ลับของพวกเขา จะไปเอาของตอนนี้ก็ไม่ควรเพราะต้องช่วยซึเนะโอะ ต่อมาบังโฮพาทุกคนไปขึ้นเรือซึ่งเป็นเรือใบที่ใช้ใบรับแรงโน้มถ่วงโลกและทะลุเปลือกโลกได้ เมื่อบริการแล้วบังโฮไปอยู่อีกห้องหนึ่งเพื่อเตรียมอาหารไว้ให้ ในเรือมีแผนที่แดนใต้พิภพด้วยซึ่งมันเป็นไปได้เพราะเปลือกโลกมันหนาได้ถึงร้อยกิโลเมตรเลย และเรือลำนี้กำลังจะแล่นไปใต้ทวีปอเมริกา ต่อมาบังโฮเอาอาหารมาให้ หลังจากที่กินเสร็จแล้วผ่านไปไม่นานเริ่มรู้สึกร้อนมากๆ จนเริ่มทนไม่ไหว แต่บังโฮบอกทางลำโพงให้เปิดสวิตซ์ที่ข้างประตูเพื่อเปิดแอร์ ไม่นานก็มาถึงท่าเรือของทวีปโออะ

ที่นี่ไม่มีการใช้รถยนต์เลยอาจเป็นเพราะการรักษาสภาพแวดล้อมด้วย ต่อมาพวกเขาไปขึ้นรถไฟเพื่อไปนครเองริรุ ซึ่งรถไฟเป็นแมกเลฟ เมื่อมาถึงนครเองริรุแล้วก็ต้องผ่านการตรวจสอบก่อนที่จะเข้าเมืองเพราะเป็นคนที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วพวกเขาพบซึเนะโอะ จากนั้นบังโฮบอกผลตรวจร่างกายซึ่งไม่เป็นอันตรย เมื่อผ่านสันตปาปาแล้วจะพาไปส่งข้างบน และให้กินยาลบความจำเพื่อไม่ให้เรื่องโลกใต้พิภพรั่วไหล จากนั้นบังโฮพาไปที่บ้านของเขาและแนะนำ โร น้องสาวของเขา และก่อนที่บังโฮจะไปซ้อมรบได้บอกว่าไปที่ไหนก็ได้ยกเว้นตึกที่เหมือนโกดัง ซึ่งห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้า จากนั้นโรพาทุกคนไปชมเมือง รวมถึงพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ที่จัดแสดงฟอสซิลทองคำของเทพเจ้าผู้ให้กำเนิด ซึ่งถูกขุดมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นโพรงสี่เหลี่ยมที่ปลายแหลม ซึ่งเป็นเขตที่ไดโนเสาร์ส่วนหนึ่งรอดชีวิตมาจากภัยพิบัติเมื่อ 65 ล้านปีก่อน และมีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ จนเป็นมนุษย์ไดโนเสาร์แบบในปัจจุบัน ซึ่งหากไม่เกิดภัยพิบัติไดโนเสาร์อาจจะยังรุ่งโรจน์อยู่บนพื้นโลกก็ได้ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น และนักวิทยาศาสตร์กำลังทำความฝันนี้ให้สำเร็จ แต่โรบอกว่าบอกไม่ได้ว่าเป็นอะไร จากนั้นวิทยาการก็เจริญก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ จนประดิษฐ์เครื่องข้ามมิติที่สามารถลอดใต้เปลือกโลกไปยังทวีปอื่นๆ ได้ ทำให้มนุษย์ไดโนเสาร์กระจายอยู่ทั่วโลก จากนั้นทุกคนไปปิกนิกโดยใช้คอปเตอร์ไม้ไผ่ สถานที่ใต้พิภพสวยงามมากแต่ไม่มีฝนหรือหิมะแบบโลกข้างบน แต่สถานที่ปิกนิกอยู่ใกล้ๆ กับสนามซ้อมรบของเหล่าอัศวิน เมื่อซ้อมรบเสร็จแล้วบังโฮบอกข้าวดีให้โรว่าแผนการใหล้เสร็จแล้ว อีกไม่นานจะได้เวลาเดินทางไปยังที่ที่ไกลแสนไกลแล้ว จากนั้นโรพาไปที่ฟาร์มปศุสัตว์ที่มีไดโนเสาร์ให้เช่า ทุกคนขี่กลับไปบ้านของบังโฮแต่โนบิตะควบคุมไม่ถูกมันเลยพาไปที่ที่เขตหวงห้าม จากนั้นโนบิตะหลบๆ ซ่อนๆ อยู่แถวนั้นและข้างในอาคารที่หวงห้ามก็มีเรือเหาะข้ามมิติ ซึ่งเอาไว้ใช้ย้อนอดีตไปเพื่อกำจัดสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแล้วเอามาเป็นของตัวเอง! คืนนั้นทุกคนพาโนบิตะกลับมา โนบิตะเลยบอกแผนการของมนุษย์ไดโนเสาร์ที่จะแย่งชิงโลกข้างบน! และเรือเหาะข้ามมิติจวนจะเสร็จอยู่แล้ว ทุกคนเลยหนีออกจากบ้านของบังโฮตอนที่เขากลับมาเพื่อขึ้นไปยังโลกข้างบนก่อนที่จะถูกลบความทรงจำ บินไปบินมาเจอฝูงเทอราโนดอนเลยเข้ามาหลบในถ้ำ แต่ก็เจอคนป่าไดโนเสาร์อีกกลุ่มหนึ่ง ทุกคนจึงถูกจับไปต้มกิน แต่ยานทะลุมิติก็กลับมาช่วยได้เพราะรู้แล้วว่าหนีไป แล้วขังเอาไว้ไม่ให้หนีไปได้อีกแล้วเพราะทำผิดสัญญา และบังโฮแจ้งในที่ประชุมผู้นำอัศวินว่าพวกเขาเป็นเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไร และจะขอแค่คุมขังไว้ก็พอ นายพลจึงสั่งให้ไปดูแลพวกเขาจนกว่าแผนจะสำเร็จ ต่อมายานเริ่มเดินทางขึ้นไปยังโลกข้างบนและย้อนเวลากลับไปสมัยเมื่อ 65 ล้านปีก่อน เมื่อมาถึงแล้วอัศวินไดโนเสาร์ได้ตั้งค่ายไว้สำหรับต่อสู้กับศัตรูที่ทำให้ไดโนเสาร์ต้องสูญพันธุ์ และชิซุดะเห็นความผิดปกติบนท้องฟ้าเพราะมีดาวหางมาประชิดโลกที่เห็นได้ชัดเจนแม้จะเป็นเวลากลางวัน คืนนั้นโดราเอมอนและเพื่อนๆ หนีออกไปจากเรือเหาะทะลุมิติ และต่อมาก็ถูกเจอเข้าว่าหนีไปแล้วและกองกำลังตามมาด้วยโดราเอมอนเลยใช้ระเบิดข่มขวัญเพื่อสร้างภาพลวงตา เมื่อนายพลรู้ว่าหนีไปได้เขาก็คิดว่าโดราเอมอนและเพื่อนๆ เป็นผู้ทำลายล้างไดโนเสาร์ แต่บังโฮปฏิเสธสุดใจ เช้าวันต่อมาโดราเอมอนและเพื่อนๆ สร้างปราสาทโดราเอมอนเอาไว้ต่อสู้กับพวกอัศวินไดโนเสาร์ เมื่อบังโฮเห็นแล้วก็เปิดฉากการรบแต่ไม่สามารถโจมตีได้เลยเพราะมีสนามพลังกั้นอยู่ ชิซุกะเห็นดาวหางดวงเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่กองกำลังอัศวินเริ่มบุกปราสาทจึงปาระเบิดข่มขวัญไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็จับได้ว่ามีแค่แสงกับเสียงระเบิดจึงบุกเข้าปราสาทได้ โดราเอมอนเตรียมใช้ของวิเศษที่ทำอะไรไม่ได้ทุกคนเลยบอกว่าใช้อย่างอื่นดีกว่า จึงใช้น้ำมันกลับฟ้าดินเพื่อให้แรงโน้มถ่วงกลับไปมาได้ จากนั้นเอาหอรบมาโจมตี ซึ่งคราวนี้โดราเอมอนไม่น่าจะสู้ไหวแล้ว ทว่าดาวหางเข้ามาใกล้พื้นโลกแล้วและมันก็ตกลงบนมหาสมุทร ทำให้เกิดภูเขาไฟระเบิดอย่างรุนแรงและคลื่อนสึนามิ นายพลจึงต้องสั่งให้บังโฮกลับไปที่เรือเพื่อรักษาชีวิต ส่วนโดราเอมอนและเพื่อนๆ ใช้ห้องพองใต้ดินเพื่อสร้างห้องใต้ดินเพื่อเป็นที่หลบซ่อนก่อนที่สึนามิจะพัดถล่ม ในห้องใต้ดินพบว่าที่ทำไว้มีขนาดใหญ่มากๆ เทียบได้กับเกาะเล็กๆ เกาะนึงได้เลย และตำแหน่งตรงกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์พอดี ซึ่งสรุปได้ว่าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้โดราเอมอนเป็นคนสร้างขึ้นมา

หลังจากคลื่นสงบแล้วเรือทะลุมิติของอัศวินไดโนเสาร์โผล่ขึ้นมาบนพื้นดิน และเห็นโดราเอมอน โดราเอมอนจึงบอกสาเหตุของภัยพิบัติคือดาวหางลูกนั้นจริงๆ ซึ่งดาวหางที่มาชนโลกนั้นมีพลังรุนแรงมากทำให้แม้แต่น้ำลึก 3,000 เมตรยังไม่สามารถรับแรงของมันได้เลย มันตกลงไปถึงชั้นทรายก้นทะเลทำให้เกิดแผ่นเปลือกโลกขยับตัวจนภูเขาไฟระเบิด และเกิดสึนามิสูงเป็นกิโล แถมหินและดินปะปนอยู่กับฝน ยิ่งไปกว่านั้นการที่ภูเขาไฟระเบิดก็ทำให้มีแก๊สพิษปกคลุมชั้นบรรยากาศอีกด้วย ผลที่ตามมาคือตอนกลางวันมืดมิด พืชสังเคราะห์ด้วยแสงไม่ได้และเหี่ยวเฉาลง ส่วนสัตว์ใหญ่อย่างไดโนเสาร์ก็ล้มตายกันหมด ที่รอดมามีแค่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่นอนจำศีลพอดี ซึ่งตามความเชื่อก็เป็นลิขิตของพระเจ้าที่ไม่มีใครฝืนได้ แต่โดราเอมอนก็บอกว่าพอมีทางที่จะทำได้ นั่นคือให้ไดโนเสาร์ลงไปอยู่ที่หลุมหลบภัยที่สร้างขึ้นและใช้ชีวิตกันอยู่ใต้พิภพ ผู้นำ นายพล และอัศวินขอบคุณโดราเอมอนมากและเชื่อว่าเป็นตัวแทนของพระเจ้า จากนั้นทุกคนกลับมายังยุคปัจจุบัน ซึ่งมนุษย์ไดโนเสาร์ถือว่าโดราเอมอนและเพื่อนๆ เป็นคนที่พระเจ้าส่งมาให้เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของพวกเขา และเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างแล้วว่านั่นเป็นความปรารถนาดีของพระเจ้าให้มาอยู่ใต้พิภพแห่งนี้ ดังนั้นทุกคนต้องไม่ละทิ้งความพยายามเพื่อสานต่อเจตนารมย์ของพระเจ้าในการทำโลกนี้ให้น่าอยู่ จากนั้นบังโฮและโรมาส่งโดราเอมอนและเพื่อนๆ ที่ภูเขาหลังโรงเรียนและจากลากัน แต่ทุกคนนึกขึ้นได้ว่าของสำคัญยังไม่ได้เอาขึ้นมา บังโฮเลยบอกว่าจะเอาขึ้นมาให้ทีหลัง แต่โนบิตะบอกว่าของของเขาไม่ต้องเอาขึ้นมานะ ไม่งั้นโดนแม่จับได้แน่เพราะเป็นผลสอบ 0 คะแนน

ในเครดิต ไปรษณีย์เอาผลสอบ 0 คะแนนมาส่ง คุณแม่กริ้วมากที่เห็นเลยหนีคุณแม่ คุณแม่ก็ไล่ตามไปด้วย แต่ผลสอบก็ปลิวไปทั่วเมือง

ตัวละคร (ตามลำดับการปรากฎตัว)Edit

ของวิเศษที่ใช้Edit

นักพากย์ญี่ปุ่นEdit

ภาพยนตร์รุ่น 1979
โดราเอมอน: ไดโนเสาร์ของโนบิตะ (1980) ● โดราเอมอน: โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ (1981) ● โดราเอมอน: ตะลุยแดนมหัศจรรย์ (1982) ● โดราเอมอน: ผจญภัยใต้สมุทร (1983) ● โดราเอมอน: ท่องแดนเวทมนตร์ (1984) ● โดราเอมอน: สงครามอวกาศ (1985) ● โดราเอมอน: สงครามหุ่นเหล็ก (1986) ● โดราเอมอน: บุกแดนใต้พิภพ (1987) ● โดราเอมอน: ท่องแดนเทพนิยายไซอิ๋ว (1988) ● โดราเอมอน: ท่องแดนญี่ปุ่นโบราณ (1989) ● โดราเอมอน: ตะลุยดาวต่างมิติ (1990) ● โดราเอมอน: ตะลุยแดนอาหรับราตรี (1991) ● โดราเอมอน: บุกอาณาจักรเมฆ (1992) ● โดราเอมอน: ฝ่าแดนเขาวงกต (1993) ● โดราเอมอน: สามอัศวินในจินตนาการ (1994) ● โดราเอมอน: บันทึกการสร้างโลก (1995) ● โดราเอมอน: ผจญภัยสายกาแล็คซี่ (1996) ● โดราเอมอน: ตะลุยเมืองตุ๊กตาไขลาน (1997) ● โดราเอมอน: ผจญภัยเกาะมหาสมบัติ (1998) ● โดราเอมอน: ตะลุยอวกาศ (1999) ● โดราเอมอน: ตำนานสุริยกษัตริย์ (2000) ● โดราเอมอน: โนบิตะและอัศวินแดนวิหค (2001) ● โดราเอมอน: โนบิตะตะลุยอาณาจักรหุ่นยนต์ (2002) ● โดราเอมอน: โนบิตะมหัศจรรย์ดินแดนแห่งสายลม (2003) ● โดราเอมอน: โนบิตะท่องอาณาจักรโฮ่งเหมียว (2004)
ภาพยนตร์รุ่น 2005
โดราเอมอน: ไดโนเสาร์ของโนบิตะ 2006 (2006) ● โดราเอมอน: โนบิตะตะลุยแดนปีศาจ 7 ผู้วิเศษ (2007) ● โดราเอมอน: โนบิตะกับตำนานยักษ์พฤกษา (2008) ● โดราเอมอน: โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ 2009 (2009) ● โดราเอมอน: สงครามเงือกใต้สมุทร (2010) ● โดราเอมอน: โนบิตะผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก ~ปีกแห่งนางฟ้า~ (2011) ● โดราเอมอน: โนบิตะผจญภัยในเกาะมหัศจรรย์ ~แอนิมอลแอดเวนเจอร์~ (2012) ● โดราเอมอน: โนบิตะล่าโจรปริศนาในพิพิธภัณฑ์ของวิเศษ (2013) ● โดราเอมอน: โนบิตะบุกดินแดนมหัศจรรย์ ~เปโกะกับ 5 สหายนักสำรวจ~ (2014) ● สแตนด์บายมี โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป (2014) ● โดราเอมอน: โนบิตะผู้กล้าแห่งอวกาศ (2015) ● โดราเอมอน: โนบิตะกำเนิดประเทศญี่ปุ่น 2016 (2016) ● โดราเอมอน: โนบิตะผจญภัยในแอนตาร์กติกแห่งคะจิโคะจิ (2017)

Ad blocker interference detected!


Wikia is a free-to-use site that makes money from advertising. We have a modified experience for viewers using ad blockers

Wikia is not accessible if you’ve made further modifications. Remove the custom ad blocker rule(s) and the page will load as expected.

Also on FANDOM

Random Wiki