FANDOM


โดราเอมอน: ฝ่าแดนเขาวงกต
Nobita and the Tin Labyrinth - Movie cover.jpg
ภาษาญี่ปุ่น: ドラえもん のび太とブリキの迷宮
Rōmaji: Doraemon: Nobita to Buriki no Rabirinsu
ข้อมูลภาพยนต์
กำกับโดย: Tsutomu Shibayama
ผลิตโดย: Soichi Bessho
Toshihide Yamada
Yoshiaki Koizumi
เขียนโดย: ฟูจิโอะ เอฟ. ฟูจิโอะ
Nobuaki Kishima
Tsutomu Shibayama
วันเข้าฉาย: Flag of Japan.png 6 มีนาคม 2536
ดนตรีโดย: Shunsuke Kikuchi
เพลงประกอบ: เพลงเปิด: โดราเอมอน โนะ อุตะ (ドラえもんのうた)
เพลงปิด: ต้องมีเรื่องดีๆ แน่นอน (何かいい事きっとある)
จัดจำหน่ายโดย: Toho
ระยะเวลา: 100 นาที
ประเทศ: ญี่ปุ่น
Box Office: 1.6 พันล้านเยน
ก่อนหน้า
โดราเอมอน: บุกอาณาจักรเมฆ
ถัดไป
โดราเอมอน: สามอัศวินในจินตนาการ

โดราเอมอน: ฝ่าแดนเขาวงกต (ドラえもん のび太とブリキの迷宮 Doraemon: Nobita to Buriki no Rabirinsu) เป็น โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ลำดับที่ 14 เข้าฉายในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2536

เนื้อเรื่องอย่างละเอียดEdit

วันหนึ่ง โนบิสุเกะนอนโดยที่ไม่ได้ปิดโทรทัศน์ แล้วรู้สึกตัวอีกทีก็มีโฆษณาของโรงแรมบริคิงที่มีที่เล่นน้ำและที่เล่นสกีตลอดปี โนบิสุเกะจึงคิดได้ว่าน่าจะพาครอบครัวไปเที่ยวเพราะทุกอย่างฟรี จากนั้นทามาโกะรู้สึกตัวจึงออกมาดูที่ห้องของโนบิสุเกะที่เปิดทีวีทิ้งไว้

วันต่อมา เพื่อนๆ ของโนบิตะคุยกัุนว่าปิดเทอมจะไปเที่ยวไหนก็พบว่าโนบิตะบ้านเดียวที่ไม่ได้ไปไหนเลย เลยกระฟัดกระเฟียดกลับบ้าน คืนนั้นคุณพ่อบอกว่าปิดเทอมจะไปเที่ยว โนบิตะเลยโทรไปบอกเพื่อนทุกคน แต่ก็พบว่าโรงแรมนั้นไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน วันต่อมาโนบิตะขอของวิเศษโดราเอมอน แต่โดราเอมอนก็ไม่ให้ โนบิตะก็เลยต้องไปพบกับเพื่อนๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่มีข้อมูลเลย เลยบอกว่าเป็นความลับ ในระหว่างเรียน เขานั่งจมปลักกับเรื่องนั้นจนไม่ได้เรียน เมื่อคุณครูเข้ามาถามว่ายังฟังอยู่หรือเปล่า โนบิตะตะโกนว่ากำลังใช้ความคิดอยู่ จึงถูกสั่งไปยืนหน้าห้อง โนบิตะคิดจะหนีออกจากบ้าน เมื่อกลับไปบ้านก็พบกับกระเป๋าปริศนาที่หน้าประตูบ้านโดยจ่าหน้าถึงคุณพ่อ พอเปิดประตูมาก็พบว่าเหมือนกับประตูไปที่ไหนก็ได้ โดราเอมอนมาเห็นก็ไม่รู้เหมือนกัน พอออกไปก็เห็นชายหาด สักพักรถตัวต่อมารับทั้งสองไปยังโรงแรมบริคิง ซึ่งพบว่าเป็นตัวต่อเช่นกัน เมื่อไขกุญแจก็พบกับตุ๊กตาตัวต่อพูดได้ซึ่งเป็นแผนกต้อนรับของโรงแรม จากนั้นกระต่ายชื่อทัปปุพาทั้งสองไปยังห้องพักพร้อมกับพนักงานถือสัมภาระที่ถือของของโดราเอมอน ทั้งสองได้ห้องที่อยู่บนสุด และบริการฟรีในช่วงเปิดใหม่ ทัปปุเตือนว่าห้ามแอบดูห้องใต้ดิน ส่วนห้องอื่นใช้ได้หมด ต่อมาโดราเอมอนชวนโนบิตะไปว่ายน้ำ เมื่อลงเล่นน้ำโนบิตะขอขอวิเศษโดราเอมอนเพื่อให้ว่ายน้ำได้ แต่โดราเอมอนไม่ให้ เมื่อทั้งสองกลับมาประตูก็ล็อคคุญแจอีก จึงถามพนักงานต้อนรับว่าทำไมใส่กุญแจตลอด ก็เพื่อป้องกันผู้ที่ไม่หวังดี และก็กันไว้ดีกว่าแก้ จากนั้นทัปปุเชิญทั้งสองไปทานอาหารที่ห้องอาหาร พอทั้งสองกินเสร็จแล้วทัปปุเอายานพาหนะพาไปภูเขาหิมะที่อยู่หลังเกาะ เมื่อมาถึงโนบิตะก็ขอของวิเศษอักครั้ง โดราเอมอนบอกว่าถ้ายังพึ่งเครื่องมืออีกจะกลับศตวรรษที่ 22 เลย โนบิตะจึงสัญญาว่าครั้งสุดท้าย โดราเอมอนบอกว่าถ้าทำอีกจะกลับแล้ว เขาจึงเอาอัลตร้าบาลานซ์สกี โดราเอมอนอธิบายไม่ทันจบโนบิตะก็หยิบไปใช้เองแล้ว ใช้ไปใช้มาหยุดมันไม่ได้ แต่รอดตายเพราะชนใส่พุ่มฟองน้ำ ส่วนโดราเอมอนตามหาโนบิตะแต่ก็ถูกเรือเหาะปริศนายิงตก ส่วนโนบิตะเรียกโดราเอมอนแล้วก็ไม่มา เดินไปเดินมาก็พบเรือเหาะลำเดียวกับที่โดราเอมอนเห็น เขาจึงขอให้เรือเหาะไปส่งที่โรงแรม แต่ก็ตกจากภูเขา โชคดีที่รถที่มาตอนแรกกลับมารับโดยโดราเอมอนไม่ได้กลับมาด้วย เมื่อมาถึงโรงแรมไม่ว่าค้นหาห้องไหนๆ ก็ไม่มีใครอยู่ และได้แอบเข้าไปดูที่ห้องใต้ดินก็พบกับปากทางเข้าเขาวงกตหน้าตาหน้ากลัว แต่โชคดีที่เขาไม่ได้เข้าไปและวิ่งแจ้นกลับบ้าน โดราเอมอนก็ไม่ได้กลับมาที่บ้านเช่นกัน ความจริงแล้วโดราเอมอนถูกทหารหุ่นยนต์จับตัวไป เขาถูกมัดไว้กับรถเข็นขนาดยักษ์เพราะใส่เข้าเรือเหาะไม่ได้ โดราเอมอนโมโหที่ถูกทหารหุ่นยนต์ว่าเป็นตัวน่าเกลียด และว่าเป็นตัวแรคคูนก็ใช้ตัวดันเชือกที่มัดให้ขาดแล้วจู่โจมกลับ จากนั้นเขาได้พบกับที่ซ่อนของกองทหารหุ่นยนต์จึงเข้าไปใกล้ จากนั้นนายพลเนะจิรินใช้รถถังของเล่นช็อตโดราเอมอนและจับตัวไว้ ส่วนฝั่งเรือเหาะพวกกองทหารไปสำรวจโรงแรมบริคิงแล้วแต่ไม่มีใครอยู่เลย

เช้าวันต่อมาโนบิตะตื่นเช้ากว่าทุกวัน และยังหาโดราเอมอน เขาสัญญาไว้ว่าจะไม่ใช้เครื่องมือของโดราเอมอนอีกแล้ว ที่โรงเรียน โนบิตะเหม่อลอยคิดว่าทำไมโดราเอมอนถึงทิ้งเขา จากนั้นครูมาเรียกแล้วเขาก็ทำท่าเดียวกับเมือวานแล้วก็ถูกยืนหน้าห้องเหมือนเดิม หลังเลิกเรียนไจแอนท์และซึเนะโอะซักถามโนบิตะเกี่ยวกับที่ที่เขาจะไป โนบิตะไม่พูดอะไรเลยทั้งสองจึงขอกให้เขายอมรับมาเลยว่าโกหก ชิซุกะเห็นจึงบอกว่าเขาเขื่อใจโนบิตะและพนันว่าจะหกสูงเดินรอบเมือง โนบิตะจึงไปเอากระเป๋าเดินทางใบนั้นพาทุกคนไปยังเกาะบริคิงที่ริมแม่น้ำใต้รางรถไฟ เมื่อมาถึงรถตัวต่อมารับพาไปยังเกาะบริคิงเช่นเคย โนบิตะพาไปดูแล้วบอกว่ากลับกันได้แล้ว แต่ไจแอนท์และซึเนะโอะอยากขอดูข้างใน เข้าไปแล้วไม่พบใครโนบิตะจึงขอกว่าเป็นที่บริการตัวเอง ต่อมาไจแอนท์และซึเนะโอะไปเอาอาหารจากห้องอาหารมากิน ชิซุกะจึงไปเอามากินด้วย จากนั้นไจแอนท์และซึเนะโอะลงว่ายน้ำทะเลจนเย็น หลังจากขึ้นมาได้พักนึงก็ได้ยินเสียงระเบิดมาจากโรงแรมและพบกับเครื่องบินตัวต่อสี่ลำกำลังโจมตีโรงแรม ทั้งสี่ทุลักทุเลอยู่นานแต่ก็สามารถจัดการเครื่องบินสามในสี่ลำได้และได้ตามไปในป่า โนบิตะเดินไม่ไหวจึงเอาคอปเตอร์ไม้ไผ่ให้ทุกคนใช้ ในป่าชิซุกะพบกับวัตถุคล้ายบอลลูนที่เป็นฐานทัพของทหารหุ่นยนต์ นายพลเนะจิรินพูดมาหนึ่งคำว่าจับแรคคูนไว้ได้ ทั้งหมดรู้เลยว่าโดราเอมอนถูกจับไว้ในนี้ แต่นายพลจุดจรวดกลับดาวไปก่อน ทั้งหมดคิดจะตามไปแต่ติดว่าจรวดมันอยู่ในกระเป๋าหน้าท้องของโดราเอมอน จากนั้นเกิดแผ่นดินไหวทั้งสี่เลยบินกลับไป และก็พบว่าเกาะกำลังบินหนีไป พวกเขากลับไปที่ชายหาดเพื่อที่จะกลับบ้าน เมื่อมาถึงชายหาดกระต่ายทัปปุเก็บกระเป๋าเดินทางไปซะแล้ว พวกเขาจึงตามทัปปุไปที่โรงแรม และได้ทำความรู้จักกับซาพิโอซึ่งเป็นลูกชายของกาลิออง บริคิง ซาพิโอได้จับตามองดูอยู่ระหว่างที่พวกโนบิตะจัดการเครื่องบินฝ่ายศัตรูจึงคิดว่าพอจะช่วยดาวชาโมฉะของพวกเขาได้ และเมื่อได้รู้ว่าเกาะกำลังมุ่งหน้าไปดาวชาโมฉะ ไจแอนท์และซึเนะโอะใช้ความรุนแรงเพื่อให้ทัปปุคายกระเป๋าเดินทางออกมา ซาพิโอพยายามจะห้ามปรามแต่ก็หมดแรงจึงต้องเข้าไปอยู่ในแคปซูล ซาพิโอเล่าว่าเขาได้ไปหาพวกทั่วอวกาศก็มีแค่พวกโนบิตะเท่านั้นที่ให้ความร่วมมือ โนบิตะและเพื่อนๆ จึงคิดช่วยชาวดาวชาโมฉะร่วมกับซาพิโอ พนักงานต้อนรับของโรงแรมนำทุกคนขึ้นไปที่ห้องใต้หลังคาซึ่งเป็นห้องควบคุมเกาะ บรรยากาศและแรงโน้มถ่วง ซึ่งทั้งหมดพ่อของซาพิโอ (ดยุคบริคิง) เป็นคนสร้างขึ้นมา จากนั้นทุกคนรับประทานอาหารเย็นและเข้านอนโดยที่เกาะอยู่ในวอร์พ

ทางฝั่งโดราเอมอนซึ่งถูกนายพลเนะจิรินจับตัวถูกกระแสไฟฟ้าช็อตเพื่อทำการสอบสวน โดราเอมอนตอบอะไรไม่ได้เลยก็ถูกช็อตจนพังและถูกทิ้งลงทะเล ทางฝั่งซาพิโอ เขาเล่าเรื่องถึงดาวชาโมฉะ ในอดีตชาวดาวชาโมฉะเป็นพวกที่ชอบเที่ยวเล่นไปวันๆ วิทยาการจึงเจริญไปทางนั้น จึงได้ผลิตหุ่นยนต์ขึ้นมาหลากหลายรูปแบบ ต่อมาหุ่นยนต์ซับซ้อนขึ้น ดอกเตอร์นาโพกิสโทร่าจึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคิดค้นหุ่นยนต์ใหม่ๆ จากนั้นดอกเตอร์ได้คิดค้นอิมเมคอนที่ควบคุมหุ่นยนต์ด้วยระบบจินตนาการ ทำให้มนุษย์ไม่ต้องเคลื่อนที่แม้แต่ปลายนิ้ว แต่ผู้ที่พบเห็นอันตรายของอิมเมคอนคือดยุคกาลิออง บริคิง ผู้เป็นพ่อของซาพิโอ เขาขอให้พระราชาอันรัคหยุดใช้อิมเมคอน แต่พระราชาก็ไม่เชื่อและดอกเตอร์นาโพกิสโทร่าได้ประดิษฐ์แคปซูลขึ้นมาเพราะมนุษย์ไม่สามารถเคลื่อนไหวหนักๆ ได้แล้ว จากนั้นดยุคพาครอบครัวไปพักผ่อนที่เกาะบริคิงและทำวิจัยที่เขาวงกตนานนับปี พอเสร็จแล้วพ่อและแม่ของซาพิโอทิ้งเขาไว้ที่เกาะเผื่อเวลาเกิดการปฏิวัติขึ้นจะได้ลี้ภัยได้ และมันก็เกิดขึ้นจริงๆ หลายวันต่อมาดอกเตอร์นาโพกิสโทร่าตั้งตัวเป็นจักรพรรดิและเอามนุษย์ทุกคนในเมกะโพลิสไปขังไว้ในคุก จากนั้นสัญญาณออกจากวอร์พดังขึ้นพวกเขาจึงไปเตรียมการในโรงแรม และถึงดาวชาโมฉะโดยลงจอดที่ทะเลขั้วโลกเนือ ทางฝั่งตักรพรรดินาโพกิสโทร่านายพลเนะจิรินกลับมารายงานตัวว่าซาพิโอและพรรคพวกหนีไปแล้ว จักรพรรดิจึงคิดว่าเขาอาจจะกลับมาที่ดาวชาโมฉะ และสั่งให้เฝ้าระวังทั้งทางบก ทะเล และอากาศ

ทางซาพิโอและเพื่อนๆ ได้แบ่งทีมออกเป็นสองส่วนคือเขากับโนบิตะและชิซุกะเข้าไปในเขาวงกตและไจแอนท์กับซึเนะโอะแอบเข้าไปในเมือง ไจแอนท์และซึเนะโอะได้ชุดหุ่นยนต์ของซาพิโอที่ทำค้างไว้และเข้าไปในเมืองด้วยเรือดำน้ำ เมื่อไจแอนท์และซึเนะโอะออกเดินทางซาพิโอและเพื่อนๆ ก็ออกไปยังเขาวงกตโดยที่ทัปปุได้เตรียมเสบียงไว้แล้ว และใช้ไกด์เมาส์เพื่อนำทางไปยังห้องวิจัย

ฝั่งจักรพรรดิ นายพลเนะจิรินมารายงานข่าวว่าเรือลาดตระเวนหลงเข้าไปในทะเลขั้วโลกเหนือและพบกับเกาะบริคิง พระราชาจึงให้กองทัพเคลื่อนพลไปโจมตีเกาะบริคิง เมื่อเรือดำน้ำของไจแอนท์และซึเนะโอะพบเห็นกองทัพหุ่นยนต์เรือก็ดำลงไปในน้ำทันที ระหว่างที่เดินในเขาวงกตโนบิตะได้นึกถึงโดราเอมอนที่ถูกจับขังอยู่ใต้ทะเล เขาสามารถช่วยเหลือออกมาได้แต่ทว่าตัวโดราเอมอนกลายเป็นหินไปหมด ส่วนโดราเอมอนตัวจริงถูกทิ้งลงทะเลไปแล้ว ไจแอนท์และซึเนะโอะผ่านมายังจุดนี้และพอส่องกล้องเพอริสโคปก็พบว่าถึงเมกะโพลิสแล้ว จากนั้นเรือดำน้ำเคลื่อนที่ไปจอดที่ชายฝั่งไร้ผู้คนที่อยู่ใกล้ๆ เมกะโพลิส ส่วนโนบิตะและเพื่อนๆเดินมาระยะหนึ่งก็เข้ามายังห้องพักผ่อนระหว่างทาง ระหว่างที่กำลังจะกินก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากข้างบนซึ่งถูกโจมตีโดยทหารหุ่นยนต์ จากนั้นเพดานบางส่วนถล่มและไฟดับเนื่องจากตัวโรงแรมถูกถล่มไปแล้ว และกองทหารหุ่นยนต์ก็เริ่มเข้าสู่เขาวงกตเพื่อตามจับซาพิโอ เมื่อหยุดยิง แคปซูลของซาพิโอพังเสียหายและไกด์เมาส์พังยับเยิน รวมถึงทัปปุได้ยินเสียงฝีเท้าของทหารหุ่นยนต์ด้วย พวกเขาจึงต้องเดินโดยไม่รู้ทิศทาง

ที่เมกะโพลิส ไจแอนท์และซึเนะโอะพบว่าไม่เจอคนสักคนในเมือง ไจแอนท์คิดว่าควรจะถามตำรวจแต่ซึเนะโอะก็ห้ามไว้ก่อน หุ่นยนต์ตำรวจสงสัยจึงสอบสวนไจแอนท์และซึเนะโอะ แต่รอดตัวไปเพราะเกิดคดี พวกเขาเดินไปเรื่อยๆ และพบกับร้านอาหารจึงเข้าไปหาอะไรกิน แต่ก็ไม่มีอะไรที่กินได้เลย (ก็แน่ละ ไม่ใช่ขายมนุษย์นี่) เจ้าของร้านเกิดความสงสัยว่าทั้งสองอาจเป็นคน จนถึงข่าวที่ว่าที่ชายฝั่งมีเรือดำน้ำมนุษย์มาจอด ทั้งสองจึงหลบหนีออกจากร้านและเจ้าของร้านจับได้ว่าเป็นมนุษย์ ทั้งสองซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้และไม่สามารถออกมาได้เลยจนถึงเวลากลางคืน ไจแอนท์ผู้หิวโซก็ได้ตามกลิ่นอาหารไปและพบกับโรงงานอาหารมนุษย์ ซึเนะโอะจึงคิดวิธีได้ว่าพวกเขาสามารถเนียนไปกับอาหารได้จะได้รู้ที่ซ่อนของมนุษย์ ฝั่งโนบิตะ เดินไปเดินมาจนพบห้องพักที่เคยมาแล้ว และทัปปุได้ยินเสียงฝีเท้าของทหารหุ่นยนต์ที่เข้าใกล้มากขึ้น ซาพิโอจึงส่งโนบิตะและชิซุกะกลับบ้านไป แต่เนื่องจากเป็นเพื่อนกันจะให้ทิ้งกันได้อย่างไร ซาพิโอเลยสั่งให้ทัปปุผลักทั้งสองกลับไปและเก็บกระเป๋าเดินทาง ส่วนซาพิโอก็ค้นหาห้องวิจัยต่อไป

ไจแอนท์และซึเนะโอะแฝงตัวไปกับอาหารที่มาส่งให้มนุษย์ ระหว่างที่หุ่นยนต์คุยกันว่าจะทำอาหารให้มนุษย์ไปทำไม แต่สบายใจได้ อีกไม่นานก็ถูกกำจัดแล้ว ไจแอนท์และซึเนะโอะที่เดินพร้อมกับอาหารก็ถูกสุนัขหุ่นยนต์จับได้และปล้นรถบรรทุกขนอาหารได้สำเร็จ โนบิตะที่อยู่บนโลกแอบคุณแม่เข้าบ้านมา และไปนอนที่นอนของโดราเอมอนและพบว่าใต้หมอนมีกระเป๋าสำรองอยู่ใต้หมอน ฝั่งชิซุกะก็กังวลใจจะเข้าบ้านโนบิตะก็มาหาพอดี ทั้งสองจึงใช้กระเป๋าหน้าท้องเพื่อไปหาโดราเอมอน แต่เนื่องจากโดราเอมอนอยู่ใต้น้ำจึงต้องใช้แสงปรับสภาพเพื่อให้อยู่ใต้น้ำได้ โนบิตะและชิซุกะไปพบโดราเอมอนได้แต่ทว่าพังซะแล้ว แต่โนบิตะนึกได้ว่าเคยใช้มินิโดร่าซ่อมโดราเอมอนมาแล้วจึงใช้มันอีกครั้งเพื่อให้โดราเอมอนฟื้น ทางไจแอนท์และซึเนะโอะที่จะกลับเกาะบริคิงได้ขโมยเครื่องบินไปหนึ่งลำ ทางฝั่งโนบิตะ โดราเอมอนฟื้นแล้วโนบิตะและชิซุกะจึงขอกให้เขารีบกลับเกาะบริคิงไปช่วยซาพิโอโดยใช้แพช่วยชีวิตเนื่องด้วยไม่มียานพาหนะที่เร็วๆ แล้ว ทางไจแอนท์และซึเนะโอะที่ขับเครื่องบินพบกับพายุฝนจึงหลงทางไปยังขั้วโลกเหนือ และเช้าวันต่อมาโดราเอมอนและเพื่อนๆ มาถึงเกาะบริคิงที่สถาพพังทลายจากฝีมือกองทหารหุ่นยนต์ เมื่อถึงเขาวงกตโดราเอมอนใช้บอลตรวจสอบเขาวงกตเพื่อให้มันจดจำและนำทางไปหาซาพิโอและห้องวิจัย

ไจแอนท์และซึเนะโอะหลงไปอยู่ขั้วโลกเนือของจริง พวกเขาเดินไปเดินมาและพบบ้านคน แต่ซึเนะโอะคิดว่าคงเป็นที่ตั้งของทหาหุ่นยนต์ แต่แล้วก็ถูกหมีขั้วโลกขู่จึงวิ่งไปยังบ้านหลังนั้น ในบ้านนั้นมีกวางเรนเดียร์ที่เป็นหุ่นยนต์แต่พวกเขาก็ได้พบกับซานตาคลอสที่เป็นมนุษย์จริงๆ ฝั่งโดราเอมอนและเพื่อนๆ ได้มาถึงห้องวิจัย และพบกับผลงานของดยุคบริคิง (พ่อของซาพิโอ) โดยที่ท่านดยุคคิดว่านาโพกิสโทร่าจะก่อกบฏจึงคิดค้นโปรแกรมที่ทำให้คอมพิวเตอร์เสียจริต และยังสามารถติดต่อกับหุ่นยนต์อื่นได้ด้วย แต่แล้วสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นมาเพราะมีบางอย่างเข้ามาใกล้เกาะ จึงออกไปดูด้วยห่วงผ่านตลอดและพบกับซานตาคลอสที่เอาไจแอนท์และซึเนะโอะมาส่ง เนื่องจากซานต้าไม่ได้ส่งของเล่นให้เด็กมานานแล้วเพราะการปฏิวัติ จึงให้ของเล่นแก่โดราเอมอนและเพื่อนๆ และได้เอาของเล่นมาปรับใช้ จักรพรรดิคิดว่าซาพิโอและเพื่อนๆ ต้องกลับมาจัดการแน่ๆ จึงวางกองกำลังอย่างเข้มงวด โดราเอมอนและเพื่อนๆ แอบเข้าไปยังเมกะโพลิสโดยใช้ตุ๊กตาวาฬ และใช้ของเล่นจากซาต้าอื่นๆ มาจัดการกับกองทหารหุ่นยนต์ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ไจแอนท์และซึเนะโอะบังคับของเล่นวิทยุ โนบิตะและโดราเอมอนเอาโปรแกรมไปใส่ในตัวนาโพกิสโทร่า และชิซุกะกับซาพิโอไปช่วยมนุษย์ออกมาจากห้องขัง หลังจากที่โปรแกรมถูกติดตั้งในตัวนาโพกิสโทร่า ระหว่างที่สั่งการหุ่นยนต์ให้โจมตีที่ซ่อนมนุษย์เขาเกิดอาการเสียจริตและส่งผลให้หุ่นยนต์ตัวอื่นเกิดอาการแบบเดียวกัน สุดท้ายเมกะโพลิสก็พังลงมา ดยุคบิริคิงจึงให้กำลังใจพระราชาอันรัคให้กลับมาตั้งต้นกันใหม่ ซาพิโอบอกกับพวกโนบิตะว่าเขาจะต้องฝึกฝนร่างกายเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสำดวกอย่างที่เคย และโนบิตะก็ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่พึ่งพาโดราเอมอนแล้ว แต่ไจแอนท์ ซึเนะโอะ และชิซุกะยังไม่เชื่อ

ตัวละคร (เรียงลำดับการปรากฏตัว)Edit

ของวิเศษที่ใช้Edit

ภาพยนตร์รุ่น 1979
โดราเอมอน: ไดโนเสาร์ของโนบิตะ (1980) ● โดราเอมอน: โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ (1981) ● โดราเอมอน: ตะลุยแดนมหัศจรรย์ (1982) ● โดราเอมอน: ผจญภัยใต้สมุทร (1983) ● โดราเอมอน: ท่องแดนเวทมนตร์ (1984) ● โดราเอมอน: สงครามอวกาศ (1985) ● โดราเอมอน: สงครามหุ่นเหล็ก (1986) ● โดราเอมอน: บุกแดนใต้พิภพ (1987) ● โดราเอมอน: ท่องแดนเทพนิยายไซอิ๋ว (1988) ● โดราเอมอน: ท่องแดนญี่ปุ่นโบราณ (1989) ● โดราเอมอน: ตะลุยดาวต่างมิติ (1990) ● โดราเอมอน: ตะลุยแดนอาหรับราตรี (1991) ● โดราเอมอน: บุกอาณาจักรเมฆ (1992) ● โดราเอมอน: ฝ่าแดนเขาวงกต (1993) ● โดราเอมอน: สามอัศวินในจินตนาการ (1994) ● โดราเอมอน: บันทึกการสร้างโลก (1995) ● โดราเอมอน: ผจญภัยสายกาแล็คซี่ (1996) ● โดราเอมอน: ตะลุยเมืองตุ๊กตาไขลาน (1997) ● โดราเอมอน: ผจญภัยเกาะมหาสมบัติ (1998) ● โดราเอมอน: ตะลุยอวกาศ (1999) ● โดราเอมอน: ตำนานสุริยกษัตริย์ (2000) ● โดราเอมอน: โนบิตะและอัศวินแดนวิหค (2001) ● โดราเอมอน: โนบิตะตะลุยอาณาจักรหุ่นยนต์ (2002) ● โดราเอมอน: โนบิตะมหัศจรรย์ดินแดนแห่งสายลม (2003) ● โดราเอมอน: โนบิตะท่องอาณาจักรโฮ่งเหมียว (2004)
ภาพยนตร์รุ่น 2005
โดราเอมอน: ไดโนเสาร์ของโนบิตะ 2006 (2006) ● โดราเอมอน: โนบิตะตะลุยแดนปีศาจ 7 ผู้วิเศษ (2007) ● โดราเอมอน: โนบิตะกับตำนานยักษ์พฤกษา (2008) ● โดราเอมอน: โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ 2009 (2009) ● โดราเอมอน: สงครามเงือกใต้สมุทร (2010) ● โดราเอมอน: โนบิตะผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก ~ปีกแห่งนางฟ้า~ (2011) ● โดราเอมอน: โนบิตะผจญภัยในเกาะมหัศจรรย์ ~แอนิมอลแอดเวนเจอร์~ (2012) ● โดราเอมอน: โนบิตะล่าโจรปริศนาในพิพิธภัณฑ์ของวิเศษ (2013) ● โดราเอมอน: โนบิตะบุกดินแดนมหัศจรรย์ ~เปโกะกับ 5 สหายนักสำรวจ~ (2014) ● สแตนด์บายมี โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป (2014) ● โดราเอมอน: โนบิตะผู้กล้าแห่งอวกาศ (2015) ● โดราเอมอน: โนบิตะกำเนิดประเทศญี่ปุ่น 2016 (2016) ● โดราเอมอน: โนบิตะผจญภัยในแอนตาร์กติกแห่งคะจิโคะจิ (2017)

Ad blocker interference detected!


Wikia is a free-to-use site that makes money from advertising. We have a modified experience for viewers using ad blockers

Wikia is not accessible if you’ve made further modifications. Remove the custom ad blocker rule(s) and the page will load as expected.

Also on FANDOM

Random Wiki