FANDOM


โดราเอมอน: โนบิตะกับตำนานยักษ์พฤกษา
2008pos
ภาษาญี่ปุ่น: 映画 ドラえもん のび太と緑の巨人伝
Rōmaji: Eiga Doraemon Nobita to Midori no Kyojinden
ข้อมูลภาพยนต์
กำกับโดย: Ayumu Watanabe
ผลิตโดย: Kyohito Arushin
เขียนโดย: Nashiwa Kanarate
วันเข้าฉาย: 8 มีนาคม 2551
เพลงประกอบ: Yume Wo Kanaete Doraemon เพลงเปิด

Te wo Tsunagou เพลงปิด

จัดจำหน่ายโดย: Toho
สตูดิโอ: Shin Ei Animation
ระยะเวลา: 112 นาที
ประเทศ: ญี่ปุ่น
Box Office: 3.37 ล้านเยน
ก่อนหน้า
โดราเอมอน: โนบิตะตะลุยแดนปีศาจ 7 ผู้วิเศษ
ถัดไป
โดราเอมอน: โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ 2009

โดราเอมอน เดอะมูฟวี่ โนบิตะกับตำนานยักษ์พฤกษา (映画 ドラえもん のび太と緑の巨人伝) เป็นโดราเอมอนฉบับภาพยตร์ ลำดับที่ 28 เข้าฉายที่ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2551 เป็นผลงานชุดแรกในโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์รุ่นใหม่ที่ไม่ได้มีการนำใดตอนหนึ่งมาสร้างใหม่ สำหรับภาพยนตร์ชุดนี้จะเป็นการนำตอนสั้นเรื่อง ลาก่อนคีโบ จากโดราเอมอนเล่ม 33 มาขยายความให้เป็นภาพยนตร์เรื่องยาว

สำหรับตอนนี้ใช้คำโปรยภาพยนตร์ว่า 「DORAEMON THE FUTURE 2008」"「ความหวังของพวกเรา คือตัวขับเคลื่อนอนาคต」(僕らの希望が未来を動か)

เนื้อเรื่องย่อ Edit

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะที่ได้นำต้นไม้จากภูเขาหลังโรงเรียนมาปลูกไว้ โดยใช้ของวิเศษของโดราเอมอน ทำให้ต้นไม้สามารถเดินเองได้โดยไม่ต้องปลูก และตั้งชื่อว่าคีโบ จากนั้นได้ดูแลเลี้ยงดูคีโบเหมือนกับน้องชายตัวเอง แต่แล้วพวกโนบิตะและเพื่อน ๆ ก็ถูก UFO ปริศนาดูดขึ้นไป และถูกพาไปยังดาวพืช พวกเพื่อนๆรู้ว่าเป้าหมายของมนุษย์ต่างดาวรูปร่างพืชคือการยึดครองดาวโลกให้กลายเป็นสีเขียว เนื่องจากชาวโลกทำลายธรรมชาติมากเกินไป จึงทำให้โนบิตะและเพื่อนๆต้องปกป้องโลก และปกป้องคีโบให้ได้

เนื้อเรื่องอย่างละเอียด Edit

ึชาวดาวพืชพบว่าที่โลกซึ่งเป็นแหล่งพำนักของพืชมีสมาชิกพืชน้อยลงเรื่อย ๆ น้ำแข็งละลายลงทุกวัน ๆ น้ำทะเลก็สูงขึ้นทุกวัน ๆ จากป่าก็กลายเป็นเมืองไป จึงต้องเริ่มแผนการสั่งสอนผู้ที่ทำลายพืช

โนบิตะนอนกลางวันหลังเลิกเรียนที่ภูเขาหลังโรงเรียน และเกิดลมพัดผลสอบ 0 คะแนนของเขาหลายใบ จนไปพบกับต้นไม้ต้นหนึ่งอยู่ตรงที่ทิ้งขยะ เมื่อโนบิตะเห็นป่าบนภูเขากำลังลดลงเรื่อย ๆ เขาจึงเอาต้นไม้ต้นนี้กลับไปปลูกที่บ้าน แต่คุณแม่ไม่ให้เอาอะไรมาปลูกเพราะสวนรอบบ้านไม่มีที่แล้ว ต่อมาโนบิตะเลยไปปรึกษาโดราเอมอน แต่ของวิเศษมากมายหล่นลงมาจากตู้เก็บที่นอนเนื่องจากโดราเอมอนต้องคัดแยกของวิเศษเพื่อส่งซ่อม ต่อมาโดราเอมอนรด น้ำยาดัดแปลงพืช เพื่อให้ต้นไม้เดินได้ในวันต่อมา แล้วพวกเขาลงไปรับประทานอาหารเย็น

วันต่อมาห้องโนบิตะถูกรื้อจนเละเทะเต็มห้อง และไปพบกับตัวสีเขียวบนโคมไฟ จากนั้นโนบิตะตั้งชื่อต้นไม้เดินได้ต้นนี้ว่า "คีโบ" ซึ่งมาจากเสียงที่มันสามารถเปล่งออกมาได้ (ได้คำเดียว) ต่อมาโนบิตะเอาน้ำให้คีโบได้กิน (ผ่านการสัมผัส) และเมื่อโนบิตะจะทำอะไรมันก็สนใจหมด มันสามารถเรียนรู้ได้เร็วมาก

วันต่อมาเมื่อโนบิตะไปโรงเรียน คีโบเปรียบเสมือนสมาชิกหนึ่งของบ้าน มันช่วยคุณแม่ตากเสื้อผ้าด้วย เมื่อโนบิตะกลับมาบ้านโนบิตะให้คีโบขีดเขียนลงสมุดที่ไม่ใช้แล้ว ต่อมาคุณแม่วานให้โนบิจะไปซื้อของรวมถึงปุ๋ยให้คีโบ ต่อมาคีโบพบผลสอบ 0 คะแนนของโนบิตะ มันเลยวาดวงกลมแบบดังกล่าวทั่วบ้านรวมถึงตัวโดราเอมอนด้วย แต่คุณแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร คืนนั้นโนบิตะและครอบครัวดูโทรทัศน์กัน รวมถึงคีโบด้วย เมื่อฝนตกคีโบออกไปวิ่งเล่นเนื่องจากมันเป็นต้นไม้ คืนนั้นแสงปริศนาตกลงมาแถวภูเขาหลังโรงเรียน และตกลงมาแถวที่ทิ้งขยะ

วันต่อมาโนบิตะพาคีโบออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้านโดยใช้รองเท้าอีกคู่ของโนบิตะ และได้พบกับไจแอนท์และซึเนะโอะ โดยที่คีโบมีพลังเยอะมากจนสามารถเอาชนะทั้งสองได้ ต่อมาชิซุกะมาเจอเพื่อนทุกคนเลยลงมาหา เมื่อเดินลงมาก็ลื่นแต่คีโบช่วยไว้ได้ทัน จากนั้นคีโบกลับมายังภูเขาหลังโรงเรียน ซึ่งคีโบสร้างสารแห่งความสุขให้เพื่อนต้นไม้ทุกคน แต่เมื่อมาถึงป่าอีกฝั่งก็พบว่าป่ากำลังถูกถางเพื่อเอาพื้นที่ไปทำอย่างอื่น จากนั้นคีโบกลับมาที่เดิมเพื่อชี้ว่ามีต้นไม้หนึ่งต้นถูกขยะทับอยู่ แต่ตอนนั้นฝนตกลงมาแล้วโนบิตะจึงพาคีโบกลับบ้านก่อน

วันต่อมาคีโบหายตัวไป โนบิตะคิดว่ามันอาจจะอยากกลับไปที่ภูเขาเพื่อช่วยเพื่อน ต่อมาโดรามิมาหาที่บ้านเพื่อเอาของวิเศษที่โดราเอมอนคัดแยกไว้แล้วไปซ่อมที่ศตวรรษที่ 22 แต่โดราเอมอนก็ดันเอาของวิเศษที่ใช้การได้ติดไปกับโดรามิด้วย ต่อมาโนบิตะถามเพื่อน ๆ เพื่อหาตัวคีโบ รวมถึงเดคิสุงิด้วย และโนบิตะมาพบคีโบกับเด็กคนหนึ่งที่กำลังเล่นน้ำท่ามกลางอากาศร้อน จากนั้นโนบิตะเล่นด้วย แล้วพาคีโบกลับบ้าน จากนั้นคีโบพาโนบิตะไปยังภูเขาหลังโรงเรียนอีกครั้งเพื่อยกขยะออกไม่ให้ทับต้นไม้อีกต้น โนบิตะและคีโบดีใจมากที่ทำสำเร็จจนบินได้ แค่ลืมเอาคอปเตอร์ไม้ไผ่มาจึงตกลงจากท้องฟ้า แต่โดราเอมอนมาช่วยทันแล้วก็ชนเสาไฟฟ้าแรงสูงตกลงมาที่เดิม ต่อมาทุกคนต้องช่วยกันเก็บกวาดที่ทิ้งขยะตรงนี้โดยโดราเอมอนใช้แล็กเกอร์เก็บกวาดเพื่อส่งขยะทั้งหมดกลับไปหาเจ้าของ หลังจากที่ขยะออกไปจากพื้นที่หมดแล้วคีโบปล่อยสารเร่งความสุขและทุกคนถือใบพัดเพื่อรับสารจากคีโบ แต่ก็หยุดไปก่อนเพราะคีโบพบขยะอีกชิ้น ซึ่งเป็นท่อนประหลาดสีม่วงแดง โดราเอมอนจึงพ่นแล็กเกอร์นี้ใส่ แล้วมันก็พังประตูออกไปยังอีกจุดหนึ่ง และพบกับต้นไม้ประหลาดที่มีวัตถุแบบเดียวกันเต็มไปหมด ท้องฟ้ามีเมฆดำปกคลุม เมื่อฟ้าผ่าท่อนสีม่วงแดงได้ปล่อยเมือกสีเขียวออกมามากมายพร้อมกับดูดโดราเอมอนและเพื่อน ๆ รวมถึงคีโบเข้าไปในยานอวกาศปริศนา โดยของวิเศษหลาย ๆ ชิ้นหลุดออกมาจากกระเป๋าวิเศษของโดราเอมอนรวมถึงนาฬิกาหยุดเวลา โดยมันถูกกดเอาไว้

ทุกคนอยู่กันปลอดภัย และทุกคนพบว่าพวกเขาถูกลักพาตัวออกมานอกโลก ต่อมาพวกเขาลอดอุโมงค์ลำต้นต้นไม้ยักษ์ออกมาอีกฝั่งหนึ่ง และพบกับยามที่เป็นมนุษย์ต้นไม้ และชีล่ากับพารูนาออกมาต้อนรับทั้งห้าโดยที่พวกเขาทั้งห้าพลัดหลงกับคีโบ ส่วนคีโบที่พลัดหลงกับโดราเอมอนและเพื่อน ๆ ได้ไปเล่นอยู่ในป่าและพบกับลีเรซึ่งเป็นเจ้าหญิงของดาวพืชที่กำลังพักผ่อนส่วนตัว คีโบเล่นซนและกวนประสาทเธอจนไปพบกับท่านผู้เฒ่า ทางโดราเอมอนและเพื่อน ๆ ชีล่าพาทุกคนไปยังเมืองพืช และระหว่างทางได้เล่าประวัติของพวกเขา ทางเจ้าหญิงได้พบกับท่านผู้เฒ่าจึงถามหาตัวคีโบ แต่ท่านผู้เฒ่าไม่ตอบและผายลมใส่ทำให้เธอสลบไป จากนั้นท่านผู้เฒ่าก็พาคีโบไปจากจุดนี้ และเจ้าหญิงกลับมายังปราสาทตามคำสั่งของชีล่าเพื่อให้เจ้าหญิงซึ่งเป็นผู้นำในการประชุมสีเขียว แต่เธอไม่ต้องการที่จะขึ้นไปพูด แต่เนื่องจากพ่อของเธอซึ่งเป็นผู้นำคนเก่าได้เสียชีวิตไปเธอจึงต้องเป็นผู้นำสืบต่อมา และการประชุมครั้งนี้สำคัญมากเนื่องจากมีแขกจากโลกมาเข้าร่วมด้วย ส่วนทางคีโบ ท่านผู้เฒ่าได้เลี้ยงดูอย่างดี

ในที่ประชุม ชีล่าได้ขึ้นพูดเพื่อเสนอถึงปัญหาการทำลายสีเขียวบนโลกมนุษย์ ที่ประชุมมีความโกรธแค้นและเป็นห่วงเพื่อนบนโลกมนุษย์ และต่อมาเจ้าหญิงได้ขึ้นพูดในที่ประชุมว่าจะใช้ยักษ์พฤกษาเพื่อสั่งสอนมนุษย์โลกที่ฝ่าฝืนการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ต่อมาท่านผู้เฒ่าได้เข้ามาแย้งว่าการใช้ความรุนแรงไม่ได้ทำให้เกิดความสงบสุข เมื่อทุกคนพบคีโบที่ซ่อนอยู่ในท่านผู้เฒ่าโนบิตะและเพื่อน ๆ จะเข้าไปช่วย แต่ก็ถูกยามจับขังไว้ก่อน ส่วนเจ้าหญิง หลังจากเสร็จการประชุม เธอบอกกับชีล่าว่าเธออ่านสคริปต์อย่างเดียว และไม่ใช่ความเห็นของเธอ และการที่ชีล่าจับตัวคีโบมาก็เพราะเอามาไว้เป็นทูตสีเขียวเพื่อปลุกยักษ์กฤกษา จากนั้นเจ้าหญิงเข้าไปยังห้องส่วนตัวของเธอ ส่วนโดราเอมอนและเพื่อน ๆ ใช้หัวไชเท้านักแสดงเพื่อปลอมตัวเป็นยามเพื่อให้พวกเขาสามารถออกไปได้ จากนั้นทุกคนรู้ตัวว่าโดราเอมอนและเพื่อน ๆ หลบหนีออกไปชีล่าแจ้งให้เจ้าหญิงอยู่ในห้องเท่านั้น ต่อมาหัวไชเท้าหมดฤทธิ์ทุกคนจึงต้องรีบวิ่งหนีและขโมยเรือ แต่พวกมันรู้ตัวก่อนแต่ก็หนีรอดออกมาได้ เมื่อเจ้าหญิงเห็นเข้าก็ขี่ยานตามไปเพื่อจับตัวทุกคน ทางชีล่าก็สั่งให้พารูนาและทหารคนอื่นตามจับตัวเช่นกัน เมื่อโนบิตะคว้าตัวคีโบได้สำเร็จก็ติดตาข่ายของเข้าหญิงและลอยไปยังป่าที่อยู่นอกเมือง

ต่อมาทุกคนพบกับเจ้าหญิงลีเร ทุกคนรู้แล้วว่าเธอเป็นคนใหญ่คนโตของดาวดวงนี้ พวกเขาเลยขอให้เจ้าหญิงพากลับบ้าน แต่เธอไม่รู้วิธีทางกลับ ส่วนท่านผู้เฒ่าได้เฝ้ามองคีโบอยู่ตลอดเวลา ต่อมาเจ้าหญิงพาทุกคนเดินไปแบบไร้จุดหมาย โดยที่คีโบเหี่ยวแห้งลงทุกที ๆ เพราะแถวนั้นไม่มีน้ำเลย ส่วนพารูนาได้รับคำสั่งจากชีล่าให้ตามหาตัวเจ้าหญิง ทางโนบิตะและเพื่อน ๆ เดินจนเห็นว่าคีโบเดินไม่ไหวแล้ว เขาเลยขอน้ำจากเจ้าหญิง แต่เธอไม่ให้ และบอกว่าแค่มาเดินเป็นเพื่อนก็บุญแล้ว ต่อมามีมนุษย์ต้นไม้ชื่อโรคุโผล่ขึ้นมาจากดินซึ่งตามหาแหลงโคลนอยู่ ต่อมามนุษย์ต้นไม้อีกคนชื่อยามะ ขึ้นมาจากโพรงเดียวกันเพื่อตามหาโรคุ แต่ยังหาแมลงโคลนไม่เจอเพราะต้องไปตักน้ำก่อน ไจแอนท์เลยรับอาสาไปตักน้ำเพื่อคีโบ ต่อมาโรคุและยามะเห็นไจแอนท์เป็นโมยะซึ่งเป็นมนุษย์ต้นไม้ตัวใกล้เคียงกัน จากนั้นไจแอนท์ตามยามะลงไปในรูเพื่อไปตักน้ำให้คีโบ ทั้งสองลงมาถึงโพรงใต้ดินที่ลึกมาก ๆ และพบกับพืชที่ให้น้ำค้างอยู่ พวกเขาจึงใช้รองเท้าตักน้ำมาให้คีโบ เมื่อไจแอนท์และยามะกลับมาก็เอาน้ำให้คีโบ เมื่อได้น้ำแล้วมันก็กลับมาแข็งแรงและร่าเริงตามเดิม ต่อมาพวกเขาเดินทางกันต่อและพบต้นไม้ที่ให้ผลเป็นอาหาร ซึ่งเจ้าหญิงได้แสดงอาการเพราะว่าพลเมืองกินผลไม้ของเธอ แต่ยามะบอกเธอว่าทั้งหมดเป็นผลไม้ของทุกคน เมื่อทุกคนกินผลไม้อยู่ โรคุมอบผลไม้บางส่วนให้เจ้าหญิง แต่เธอปฏิเสธในตอนแรกแล้วจากนั้นก็รับไป ส่วนท่านผู้เฒ่าก็ยังติดตามคีโบอยู่ตลอด ต่อมาโรคุและยามะพาทุกคนไปยังหมู่บ้านของชาวสีเขียวที่ทุกคนอยู่กันอย่างร่าเริงและสงบสุข และยามะได้แนะนำครอบครัวของเขา ทุกคนดีใจที่เชื้อพระวงศ์ของดาวได้มาเยี่ยมเยียนหมู่บ้าน จากนั้นไจแอนท์ได้พบกับโมยะซึ่งเป็นเพื่อนของโรคุและยามะ โดยทั้งสองมีรูปร่างคล้ายกัน ในหมู่บ้านนี้มีแมลงโคลนที่โรคุตามหาตัวอยู่ด้วย โดยเป็นแมลงที่เลี้ยงตัวอ่อนอยู่ในโคลน และออกมาบนพื้นดินพร้อมกัน และวันนั้นเองเป็นวันที่ดวงจันทร์สองดวงขึ้นทับกับ หมู่บ้านนี้จัดเทศกาลกันในวันนี้ และท่านผู้เฒ่าซึ่งเป็นปู่ของยามะได้กลับมาร่วมฉลองที่หมู่บ้านด้วย เจ้าหญิงไม่ได้เข้าร่วมงานด้วยแต่ชิซุกะชวนเธอไปเข้าร่วมและทำความรู้จักกัน ที่ดาวนี้มีตำนานที่ว่ามีเด็กจากหลายเมืองเกิดทะเลาะแย่งชิงดาวกัน ทำให้ดาวดวงนี้กลายเป็นดาวแห่งความตาย แต่ต้นไม้ใหญ่ได้งอกขึ้นมาเพื่อช่วยชีวิตคนที่เหลือ ทำให้ดาวดวงนี้ฟื้นฟูขึ้นมาได้อีกครั้ง ระหว่างที่ทุกคนกำลังดื่มด่ำกับแสงไฟของแมลงโคลน ชีล่าและลูกสมุนพาตัวเจ้าหญิงลีเรกลับและจับตัวคีโบไปเพื่อเริ่มแผนการกวาดล้างชาวโลกครั้งใหญ่โดยใช้คีโบเป็นผู้เรียกยักษ์พฤกษาสีเขียว และกลืนกินดาวโลกทั้งหมดให้เป็นสีเขียว แต่ท่านผู้เฒ่าแย้งชีล่าให้ล้มเลิกแผนการนี้ เนื่องจากความพิโรธทำให้ทำลายทุกสรรพสิ่ง และบิดเบือนคำสอนเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง จากนั้นชีล่าถอยทัพและพาตัวเจ้าหญิงลีเรและคีโบไป จากนั้นท่านผู้เฒ่าพาโนบิตะและเพื่อน ๆ ไปช่วยคีโบโดยใช้พลังของเขาย้ายที่ พวกเขาย้ายที่มายังทางออกที่จะกลับไปยังโลกมนุษย์ พวกเขาจึงอำลาท่านผู้เฒ่าและเดินผ่านโพรงนั้นออกไป

โดราเอมอนและเพื่อน ๆ ผ่านโพรงออกไปก็พบว่าโลกทั้งโลกถูกสีเขียวกลืนไปหมดแล้ว!!! โดราเอมอนจึงจะทุบตัวเองไถ่โทษ แต่ก็พบว่าเครื่องบินลำหนึ่งไม่ได้ถูกกลืนเอาไว้และหยุดนิ่ง นั่นหมายความว่าเวลาถูกหยุดเอาไว้ โดยที่ชีล่าได้รู้แล้วว่าชาวโลกรู้ตัวจึงหยุดเวลาเอาไว้ นั่นหมายความว่าระหว่างที่ถูกหยุดเวลาโลกทั้งหมดจะไม่ได้รับผลกระทบจากการถูกโจมตีเลย ชีล่าและพวกจึงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เกิดผลจริง ๆ โดยใช้อาวุธให้ผุดปีศาจสีเขียวออกมา ทุกคนจึงใช้บอลลูนโดราเอมอนเพื่อตามหานาฬิกาหยุดเวลา และชีล่าได้ขออนุญาตเจ้าหญิงที่จะใช้ยักษ์พฤกษาสีเขียว เจ้าหญิงอนุญาต เจ้าหญิงจึงปลุกยักษ์พฤกษาออกมาโดยใช้คีโบเป็นตัวเชื่อม แต่แผนการก็แตกเพราะชีล่าใช้ขนนกปลุกคีโบให้ตื่น แต่พารูนาสามารถยึดบอลลูนของโดราเอมอนได้ ต่อมาคีโบไปพบกับแสงจากนาฬิกาหยุดเวลา และจะระเบิดขึ้นเพราะจะเกิดการปะทะกันของมิติขึ้น เมื่อโดราเอมอนพูดออกมาพารูนาก็รู้เรื่องด้วย จากนั้นคีโบทำการปลุกยักษ์พฤกษาสีเขียวขึ้น

ต่อมาโนบิตะพลัดหลงกับทุกคนและพบกับเจ้าหญิงลีเรอีกครั้ง เจ้าหญิงมองว่าโนบิตะเป็นศัตรู และเธอทำร้ายโนบิตะตลอดเมื่อเรียกหาคีโบที่กลายร่างไปแล้ว ทั้งที่ทำเพราะคุณธรรม กลับกลายเป็นการสู้กัน จากนั้นทุกคนถูกดูดเข้าไปยังภายในตัวยักษ์พฤกษาที่มีคีโบที่เป็นตอตะโกอยู่ข้างใน แผนการทั้งหมดเกิดความผิดพลาดขึ้น ทุกคนถูกฝังอยู่ใต้พื้นหญ้ายกเว้นโนบิตะและเจ้าหญิง จากนั้นโนบิตะพบถังน้ำที่คีโบใช้ประจำจึงเอาไปตักน้ำไปรดที่ฐานของคีโบ ซึ่งเป็นทางเดียวที่ทำได้ในตอนนั้น ต่อมาเจ้าหญิงช่วยโนบิตะฟื้นคืนชีพคีโบด้วย เมื่อสำเร็จแล้วทุกคนฟื้นขึ้นมาอีกครั้งรวมถึงตัวชีล่าด้วย ทุกคนเห็นเต็มสองตาว่าถูกมนุษย์ช่วยเหลือจากเหตุการณ์อันผิดพลาดครั้งนี้ จากนั้นท่านผู้เฒ่าฉายภาพดาวพืชหลังจากที่สงครามนี้จบ กลายเป็นดาวแห่งความตายทันที จากนั้นท่านผู้เฒ่าทำลายยักษ์พฤกษา พารูนาจึงใช้บอลลูนหนี แต่เจ้าหญิงลีเรหนีไม่ทันและคีโบลงไปช่วย ส่วนไจแอนท์เป่าแล้วน้ำมูกไหลทำให้บอลลูนตกด้วย

ต่อมาท่านผู้เฒ่าให้ข้อคิดสอนใจทุกคนว่าทุกชีวิตย่อมมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ความรักเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวชีวิตทุกชีวิต และความรักจากพ่อแม่จะเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อให้ทุกชีวิตได้เติบโต จากนั้นคีโบสร้างสารแห่งความสุขและทุกคนใช้ใบพัดทำให้ทุกคนมีความสุขและสีเขียวของดาวพืชได้กลับมาอีกครั้ง และเจ้าหญิงลีเรพูดในที่ประชุมว่าจะให้เวลาชาวโลกอีกสักพัก และตอนนั้นโดราเอมอนและเพื่อน ๆ สามารถเข้าใจในสิ่งที่คีโบจะสื่อได้แล้ว (ทุกคนเห็นว่าคีโบพูดได้) และต่อมาเจ้าหญิงให้คีโบพูดสรุปปิดท้ายว่ามนุษย์โลกตอนนี้กำลังสำนึกผิดและต่อไปจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้เป็นดาวที่พืชสามารถอยู่ได้อย่างสงบสุข

ต่อมาเจ้าหญิงลีเรพาทุกคนมาส่งที่โลก และคีโบขอลาทุกคนเพื่อที่จะไปสำรวจอวกาศเพื่อศึกษาอารยธรรมของพืช เพราะเขาอยากจะเดินรอยตามท่านผู้เฒ่า จากนั้นคีโบจึงกลับไปยังยานอวกาศของดาวพืชและจากไปโดยทิ้งรองเท้าข้างหนึ่งให้โนบิตะ จากนั้นเวลากลับมาเดินอีกครั้ง คุณพ่อและคุณแม่ต้อนรับสองคนกลับบ้านและถามหาคีโบ โนบิตะไม่ตอบและดันคุณแม่เข้าไปในครัวเพื่อทานอาหารเย็นร่วมกันเช่นทุกวัน

ตัวละคร (เรียงลำดับการปรากฏตัว) Edit

ของวิเศษที่ใช้ (เรียงลำดับการปรากฏ) Edit

นักพากย์ญี่ปุ่น Edit

เพลงประกอบ Edit

เพลงเปิด  : ยูเมะ โวะ คานะเอเตะ โดราเอมอน

  • ศิลปิน : MAO ประสานเสียง : ฮิมาวาริคิดส์

เพลงปิด : Te wo Tsunagou

  • ศิลปิน : Ayaka

เกร็ดเล็กน้อย Edit

  • เป็นภาพยนตร์ชุดแรกของโดราเอมอนฉบับใหม่ที่เป็นเนื้อเรื่องใหม่ โดยไม่ได้นำตอนอื่นๆมาสร้างใหม่
  • คีโบเคยปรากฎตัวในภาพยนตร์มาก่อนหน้านี่แล้วคือ ตอน บุกอาณาจักรเมฆ โดยโตเป็นต้นไม้ที่เติบใหญ่แล้ว

รูปภาพ Edit

ภาพยนตร์รุ่น 1979
โดราเอมอน: ไดโนเสาร์ของโนบิตะ (1980) ● โดราเอมอน: โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ (1981) ● โดราเอมอน: ตะลุยแดนมหัศจรรย์ (1982) ● โดราเอมอน: ผจญภัยใต้สมุทร (1983) ● โดราเอมอน: ท่องแดนเวทมนตร์ (1984) ● โดราเอมอน: สงครามอวกาศ (1985) ● โดราเอมอน: สงครามหุ่นเหล็ก (1986) ● โดราเอมอน: บุกแดนใต้พิภพ (1987) ● โดราเอมอน: ท่องแดนเทพนิยายไซอิ๋ว (1988) ● โดราเอมอน: ท่องแดนญี่ปุ่นโบราณ (1989) ● โดราเอมอน: ตะลุยดาวต่างมิติ (1990) ● โดราเอมอน: ตะลุยแดนอาหรับราตรี (1991) ● โดราเอมอน: บุกอาณาจักรเมฆ (1992) ● โดราเอมอน: ฝ่าแดนเขาวงกต (1993) ● โดราเอมอน: สามอัศวินในจินตนาการ (1994) ● โดราเอมอน: บันทึกการสร้างโลก (1995) ● โดราเอมอน: ผจญภัยสายกาแล็คซี่ (1996) ● โดราเอมอน: ตะลุยเมืองตุ๊กตาไขลาน (1997) ● โดราเอมอน: ผจญภัยเกาะมหาสมบัติ (1998) ● โดราเอมอน: ตะลุยอวกาศ (1999) ● โดราเอมอน: ตำนานสุริยกษัตริย์ (2000) ● โดราเอมอน: โนบิตะและอัศวินแดนวิหค (2001) ● โดราเอมอน: โนบิตะตะลุยอาณาจักรหุ่นยนต์ (2002) ● โดราเอมอน: โนบิตะมหัศจรรย์ดินแดนแห่งสายลม (2003) ● โดราเอมอน: โนบิตะท่องอาณาจักรโฮ่งเหมียว (2004)
ภาพยนตร์รุ่น 2005
โดราเอมอน: ไดโนเสาร์ของโนบิตะ 2006 (2006) ● โดราเอมอน: โนบิตะตะลุยแดนปีศาจ 7 ผู้วิเศษ (2007) ● โดราเอมอน: โนบิตะกับตำนานยักษ์พฤกษา (2008) ● โดราเอมอน: โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ 2009 (2009) ● โดราเอมอน: สงครามเงือกใต้สมุทร (2010) ● โดราเอมอน: โนบิตะผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก ~ปีกแห่งนางฟ้า~ (2011) ● โดราเอมอน: โนบิตะผจญภัยในเกาะมหัศจรรย์ ~แอนิมอลแอดเวนเจอร์~ (2012) ● โดราเอมอน: โนบิตะล่าโจรปริศนาในพิพิธภัณฑ์ของวิเศษ (2013) ● โดราเอมอน: โนบิตะบุกดินแดนมหัศจรรย์ ~เปโกะกับ 5 สหายนักสำรวจ~ (2014) ● สแตนด์บายมี โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป (2014) ● โดราเอมอน: โนบิตะผู้กล้าแห่งอวกาศ (2015) ● โดราเอมอน: โนบิตะกำเนิดประเทศญี่ปุ่น 2016 (2016) ● โดราเอมอน: โนบิตะผจญภัยในแอนตาร์กติกแห่งคะจิโคะจิ (2017)● โดราเอมอน: โนบิตะกับเกาะมหาสมบัติ (2018)