FANDOM


โดราเอมอน: โนบิตะและอัศวินแดนวิหค
2001.jpg
ภาษาญี่ปุ่น: のび太と翼の勇者たち
Rōmaji: Nobita to Tsubasa no Yûsha Tachi
ข้อมูลภาพยนต์
กำกับโดย: Tsutomu Shibayama
วันเข้าฉาย: Flag of Japan.png 10 มีนาคม 2544
Flag of Thailand.png 11 ตุลาคม 2546
ดนตรีโดย: Katsumi Horii
เพลงประกอบ: โดราเอมอน โนะ อุตะ เพลงเปิด

Love You Close เพลงปิด

จัดจำหน่ายโดย: Toho
สตูดิโอ: Shin Ei Animation
ระยะเวลา: 91 นาที
ประเทศ: ญี่ปุ่น
Box Office: 3 ล้านเยน
ก่อนหน้า
โดราเอมอน: ตำนานสุริยกษัตริย์
ถัดไป
โดราเอมอน: โนบิตะตะลุยอาณาจักรหุ่นยนต์

โดราเอมอน เดอะมูฟวี่ โนบิตะอัศวินแดนวิหค เป็น โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ลำดับที่ 21 ของโดราเอมอน เข้าฉายที่ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2544 และเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 11 ตุลาคม 2546

เนื้อเรื่องอย่างละเอียด Edit

เรื่องราวเริ่มขึ้นที่นกจากทุกมุมโลกที่ตกอยู่ในอันตรายได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เดคิซุงิ คิดว่าอาจจะเป็นพวกชาววิหคในตำนานหลายๆ เล่ม พาตัวไป โนบิตะได้นึกถึงเวลาที่ตัวเองมีปีกแล้วว่ามันสุดยอดมากจึงได้ไปขอร้องให้โดราเอมอนช่วยเหลือโดราเอมอนจึงได้บอกว่าให้ตัวเองลองทำเอง โนบิตะจึงได้ทำปีกนกจริงๆ แล้วลองไปบินดูที่ภูเขาด้านหลัง ลองดูหลายครั้งแต่ก็ทำไม่ได้ ครั้งสุดท้ายโนบิตะจึงเอาเบาะรองที่โดราเอมอนเตรียมไว้เพื่อความปลอดภัยออก โดราเอมอนจึงใช้คอปเตอร์ไม้ไผ่ไปช่วย โนบิตะคิดว่าตัวเองบินได้แต่ก็ต้องผิดหวัง ต่อมาพีโกะ นกของชิซุกะได้หนีออกมาจากกรง โนบิตะจึงได้ไล่ตามจับพีโกะแต่ก็ได้มีหลุมดำปริศนาโผล่ออกมาจากท้องฟ้าและพีโกะก็เข้าไป และนกหนุ่มปริศนาได้ปรากฏตัวออกมาชนกับโนบิตะและโดราเอมอนและได้รับบาดเจ็บ เมื่อซึเนะโอะ เห็นเครื่องบินปริศนาก็ตกใจแล้วบอกไห้ไจแอนท์หันหลังไปดู จากนั้นทั้งคู่ก็ได้ขึ้นไปยังภูเขาเพื่อหาเครื่องบิน โดราเอมอนและเพื่อนๆ ได้ซ่อนเครื่องบินแล้วพากลับบ้าน หลังจากที่รู้สึกตัวแล้วกูซึเกะก็ตกใจที่เห็นมนุษย์ (โนบิตะกับชิซุกะ) และคุณแม่ก็ได้เจอขนนกของกูซึเกะจึงได้ขึ้นมาดู พวกโนบิตะจึงซ่อนกูซึเกะไว้ในตู้ แต่ก็ถูกจับได้ในที่สุด เย็นวันนั้นไจแอนท์กับซึเนะโอะก็ลงจากภูเขาเพราะหาซากเครื่องบินไม่เจอ และกูซึเกะก็กำลังหาเครื่องบินของเขาเช่นกัน แต่ก็ไปเคาะรังผึ้งจึงถูกฝูงผึ้งวิ่งไล่ สุดท้ายก็ได้รับการช่วยเหลือจากโนบิตะและชิซุกะ กูซึเกะแปลกใจว่าพวกเขาเป็นมนุษย์แต่บินได้ จากนั้นโดราเอมอนจึงได้ใช้แล็กเกอร์เปิดที่ซ่อนเพื่อเอาเครื่องบินคืนมา หลังจากที่กูซึเกะได้เช็คสภาพแล้วโนบิตะจึงช่วยซ่อมให้ และโดราเอมอนก็ให้ที่ค้างคืนชั่วคราวบนภูเขา กูซึเกะรู้สึกประหลาดใจใจที่ได้รับการช่วยเหลือจากมนุษย์

วันต่อมาไจแอนท์และซึเนะโอะก็ออกตามหาเครื่องบินอีกครั้ง และได้พบกับปีกเครื่องบินที่พังแล้ว ส่วนโนบิตะก็ช่วยซ่อมเครื่องบินให้จนเสร็จ ระหว่างที่กูซึเกะทดลองบินไจแอนท์และซึเนะโอะมาเจอเข้าจึงได้เกาะเครื่องไปด้วย และทั้งสามก็ได้ติดคอปเตอร์ไม้ไผ่ไปด้วย ซึ่งทุกคนได้เข้าไปไหนหลุมปริศนาแบบเดียวกับวันก่อน เมื่อออกจากปลายหลุมไจแอนท์และซึเนะโอะก็ร่วงจากฟ้าเพราะปีกเครื่องบินหัก แล้วก็ถูกจังตัวโดยกองกำลังรักษาความสงบ ส่วนกลุ่มโดราเอมอนคอปเตอร์ไม้ไผ่ของโนบิตะแบตเตอรี่หมดจึงได้ลงสู่พื้นดิน พวกเขาได้ตะลึงถึงว่าที่นั่นเป็นโลกของชาววิหค แต่สุดท้ายกองกำลังรักษาความสงบก็ได้มาจับกุม แต่ทั้งสามหนีได้ก่อนและขึ้นแท็กซี่นกกระจอกเทศจึงทำให้หนีกองกำลังได้สำเร็จ แต่เพราะอุบัติเหตุทั้งสามจึงถูกสะบัดลงบ่อน้ำ หลังจากที่เป่แห้งเสร็จแล้วทั้งสามได้เข้าไปซ่อนในรถของ ดอกเตอร์ฮูก และเวลานั้นดอเกตอร์ได้กลับบ้านของเขา เมื่อถึงบ้านดอกเตอร์ฮูกทั้งสามก็เข้าไปในบ้านและพบวัตถุโบราณหลายชิ้น และก็พบกูซึเกะอีกครั้ง และต่อมาทั้งสามได้พบกับดอกเตอร์ฮูก ฝั่งไจแอนท์และซึเนะโอะที่ถูกจับตัวอยู่ก็โวยวายให้พวกยามปล่อย ในเวลานั้นเองจีกรีด ก็เข้ามาและสั่งให้เอาตัวทั้งสองไปลงโทษ (คงเป็นยิงเป้า) ดอกเตอร์ฮูกได้เล่าถึงโลกนี้ซึ่งก็คือ เบิร์ดโดเปีย ซึ่งมีเฉพาะนกเท่านั้นที่รู้ว่ามีโลกนั้น จากนั้นทั้งสามกำลังจะไปช่วยไจแอนท์ซึเนะโอะ จึงได้ใช้ หมวกนก เพื่อให้เข้ากับนกตัวอื่นๆ พอไปถึงห้องขังโดราเอมอนใช้ของวิเศษเพื่อทำให้ยามสองคนจมน้ำและทำให้ลืมเพื่อช่วยไจแอนท์และซึเนะโอะ ต่อมาทั้งสองก็ได้ใส่หมวกนกเพื่อไม่ให้พวกกองกำลังจังตัวได้อีก ทั้งหมดจึงไปถามดอกเตอร์ฮูกว่าทำไมมนุษย์ต้องถูกนำไปลงโทษ จึงได้ความว่าจีกรีกเคยถูกมนุษย์ไร้หัวใจยิงจนปีกหัก จีกรีดจึงได้เคียดแค้นมนุษย์ แม้ว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดต้องอยู่ร่วมโลกกัน ต่อมาซึเนะโอะได้แตะศิลาจารึกของดอกเตอร์ที่เล่าเรื่องของฟินิเชีย ซึ่งขุดได้จากฐานเสาหลักเมือง (ต้นไม้ยักษ์ที่ในมังงะเรียกว่า ต้นโทมาริงิ) ซึ่งยังไม่มีใครบินได้ถึงยอด

เย็นวันนั้นกูซึเกะพามาที่บ้านของเขา ก่อนที่จะเข้าบ้านเพื่อนบ้านของกูซึเกะชื่อ มิลค์ มาหาด้วยความเป็นห่วงเนื่องจากหายไปหลายวัน ทุกคนได้พบกับคุณแม่ของกูซึเกะ (เป็นแม่เลี้ยง) และในวันนั้นพ่อของกูซึเกะ (พ่อเลี้ยง) ซึ่งเป็นอธิบดีกรมสิ่งแวดล้อมได้เซ็นสัญญาแผนการปกป้องนกบนเบิร์ดโดเปียและโลกมนุษย์กับจีกรีดและผู้พันบาบิโลน ซึ่งเหลือแค่ดอกเตอร์ฮูกกับอธิบดีที่ยังไม่ได้ลงชื่อ แต่ตัวอธิบดีเองก็ไม่เห็นด้วยกับสัญญานี้ ที่ห้องอาหาร กูซึเกะและไจแอนท์ทานจุมากเนื่องจากจะบำรุงกำลังในอิคารอสเรซ ซึ่งกูซึเกะจะใช้เครื่องบอนของเขาลงแข่งด้วย จีกรีดกับบาบิโลนได้สบประมาทกูซึเกะที่ไม่ใช้ปีกของตัวเองบินอันเนื่องมาจากตกลงมาจากท้องฟ้าในตอนเพิ่งเกิด ทำให้เวลาที่เขาจะบินด้วยปีกของตัวเองทำให้คิดถึงเรื่องในวันนั้น จากนั้นโนบิตะและไจแอนท์ก็ขอลงแข่งด้วย จากนั้นซึเนะโอะก็ถามทางไปห้องน้ำ แต่ซึเนะโอะก็เข้าผิดห้องและไปเจอไข่ที่กำลังจะฟัก ลูกนกจึงติดเขาแจ

ฝั่งดอกเตอร์ฮูกได้ถอดความศิลาจารึก ซึ่งมีสปายของจีกรีดอยู่ จึงได้นำไปเล่าให้จีกรีดฟัง จีกรีดจึงได้ให้รีบดำเนินการปลุกฟินีเชียก่อนที่ความลับนี้จะรั่วไหลเพื่อจะได้แก้แค้นพวกมนุษย์ที่ทำกับเขาในอดีต เช้าวันต่อมาก่อนที่จะซ้อมบินกูซึเกะได้พามาดูนกที่อพยพมาจากโลกมนุษย์ และพีโกะก็บินกลับมาหา แล้วก็เริ่มฝึกบินกัน โดยกูซึเกะและมิลค์บินด้วยคสามเร็วสูงมาจนคนอื่นตามไม่ทัน จากนั้นพวกเขาก็ซ้อมกันอีกหลายๆ รอบในวันนั้น คืนนั้นหลังจากที่ดอกเตอร์ฮูกถอดความศิลาจารึกเสร็แล้วก็ถูกพวกจีกรีดลักพาตัวไป วันต่อมาเป็นการแช่งขันอิคารอสเรซ ระหว่างเตรียมตัวแข่งขันซึบาคุโร่กับโทบิโอที่ชอบแกล้งกูซึเกะได้สบประมาทว่าจะชนะเหรอ จากนั้นเมื่อเริ่มแข่งขันโนบิตะได้ถอนตัวออกจากการแข่งขันเป็นคนที่สอง ส่วนกูซึเกะและซึบาคุโร่เข้าเส้นชัยพร้อมกัน แต่ทว่าผู้พันบาบิโลนตัดสิทธิ์กูซึเกะที่ไม่ได้บินด้วยปีกของตัวเอง

ที่ที่ทำงานของจีกรีด จีกรีดได้ขอบใจดอกเตอร์ฮูกที่ทำให้พลังของฟินิเชียเป็นของเขาเพื่อล้างแค้นมนุษย์ และสั่งให้บาบิโลนนำกลุ่มนกอพยพย้ายถิ่ขปฏิบัติการในวันต่อมา เย็นวันนั้นกูซึเกะนั่งเศร้าอยู่เนื่องจากไม่ผ่านการคัดเลือก ส่วนไจแอนท์และซึเนะโอะได้เข้าประจำการและมาอวดเพื่อนๆ ชิซุกะจึงบอกให้เห็นใจกูซึเกะด้วย

วันต่อมามีการรายงานตัวหน่วยลาดตระเวนที่เพิ่งผ่านการทดสอบมาเพื่อจะทำภารกิจปลุกฟินิเชีย ส่วนที่บ้านกูซึเกะ กูซึเกะไม่อยู่ที่บ้าน พอไปหาที่บ้านดอกเตอร์ก็พว่าศิลาจารึกแตกเสียหายและได้พบขนนกของยาม พวกเขาจึงไปหาตัวกูซึเกะที่กำลังฝึกบินเท่าไรก็ทำไม่ได้สักทีเพื่อบอกให้รู้ว่าดอกเตอร์ฮูกถูกจีกรีดจับตัวไป และได้เอาศิลาจารึกของดอกเตอร์มาถอดความโดยใช้ผ้าคลุมกาลเวลาเพื่อเอาศิลาจารึกลงมาและเอาวุ้นแปลภาษามาเพื่อถอดความศิลาจารึก ซึ่งได้ความว่าจีกรีดจะใช้พลังของฟินิเชียเพื่อยึดครองเบิร์ดโดเปีย กูซึเกะและเพื่อนๆ จึงไปขอความช่วยเหลืออิคารอสซึ่งถูกขังอยู่ในคุกกลางทะเล หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วอิคารอสได้พังคุกออกมาแล้วพาทุกคนไปหุบเขามังกร และอิคารอสก็ได้นึกถึงเรื่องที่กำลังบินอยู่กับโอเดีย ภรรยาของเขาในวันที่มีพายุลมแรงและไข่ที่ฟักก็หล่นลงจากท้องฟ้า

ที่หุบเขามังกรจีกรีดกำลังจะปลุกฟินิเชียซึ่งดอกเตอร์ฮูก ไจแอนท์ และซึเนะโอะกำลังห้ามแต่ทั้งสามก็ถูกจังขังเอาไว้ พวกโดราเอมอนมาถึงหุบเขามังกรแล้วก็ใช้แสงปรับสภาพเพื่อบรรเทาความหนาว แต่พื้นน้ำแข็งก็ถล่มลง และได้พบกับเครื่องฉายโฮโลแกรมของดอกเตอร์วิหค ซึ่งได้ใช้ไทม์แมชชีนพานกย้อนกลับไปในอดีตก่อนที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมยังไม่เกิด ปรากฏว่าไปโผล่ตรงโลกคู่ขนาน จึงได้สร้างโลกคู่ขนานนี้เป็นสวรรค์ของนกและปรัววิวัฒนการของนกตามอำเภอใจ แต่ก็มีศัตรูของนกคือ ฟินิเชีย ดอกเตอร์จึงได้ล่อให้ไปอยู่ในหุบเขามังกรและฝังไว้ใต้น้ำแข็ง ทางด้านจีกรีดได้ระเบิดน้ำแข็งออกไปเพื่อให้ฟินิเชียตื่นขึ้นมา และฟินิเชียก็เปิดเผยตัวออกมา ซึ่งจีกรีดจะใช้พลังเพื่อที่จะยึดครองโลกมนุษย์ ในห้องขังไจแอนท์ได้ทำการกัดเชือกออกเพื่อจะได้หนีออกไปได้ แต่ก็สายไปเสียแล้วเพราะฟินิเชียตื่นแล้ว โดราเอมอนเมื่อรู้แล้วก็ใช้ปืนรังสีเพิ่มลดวิวัฒนาการเพื่อลดวิวัฒนาการแต่ถูกบาบิโลนขัดขวางและกลายเป็นเพิ่มวิวัฒนาการให้ฟินิเชียแทน ซึ่งมันดุเกินที่จีกรีดจะรับมือได้จึงตกลงไปในหลุมที่ถูกเผาไฟโดยฟินีเชีย แต่อิคารอสช่วยได้ทัน

ฟินิเชียบินไปทางเบิร์ดโดเปีย เมื่อมันมาถึงก็พ่นไฟทั้งเมืองจนไหม้หมด ไม่ว่าใครจะใช้อะอะไรก็หยุดมันไม่ได้แม้กระทั่งของวิเศษของโดราเอมอน ส่วนชิซุกะใช้ผ้าคลุมโบกพริ้วเพื่อปกป้องเด็กๆ จากอันตราย แต่เมื่อพบว่าพีโกะหายไปจึงไปตารมที่บ้านของกูซึเกะที่กำลังไหม้ ทางอิคารอสลองจะใช้อาวุธจัดการแล้วแต่ก็เสียท่าให้กับมัน สุดท้ายก็ถูกฟินิเชียพ่นไฟใส่ และก็ได้รับความช่วยเหลือจากกูซึเกะ โดราเอมอนคิดไอเดียออกโดยจะใช้อาวุธในไทม์แมชชีนของดอกเตอร์วิหค ซึ่งอิคารอสคนเดียวที่รู้ว่าอยู่บนยอดเสาหลักเมือง อิคารอสคิดจะล่อมันไปแต่ก็ไปไม่ไหวเพราะได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก กูซึเกะจึงขับเครื่องบินล่อมันไป แต่ก็เสียท่าก่อนจะถึงยอด โนบิตะจึงคิดจะสู้กับฟินิเชียและก็ถูกสะบัด หวกนกของโนบิตะหลุดแล้วก็ตกลงมา อิคารอสจึงส่งกระแสจิตไปให้กูซึเกะให้กล้าบิน กูซึเกะจึงสามารถบินไปช่วยโนบิตะได้ และล่อฟินิเชียไปถึงบนยอด ส่วนโดราเอมอนก็ให้ไจแอนท์อมน้ำยาปั้นเสียงเป็นตัวเพื่อส่งเขาและโนบิตะขึ้นไปบนยอด และบนยอดได้พบไทม์แมชชีนของดอกเตอร์วิหค จึงเข้าไปในไทม์แมชชีน และกตั้งให้ปืนช็อคอยู่ในสถานะพร้อมยิง โนบิตะออกไปตามกูซึเกะเพื่อพามาที่ไทม์แมชชีน โดราเอมอนใช้ปืนช็อคจัดการฟินิเชียได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นมันไม่เป็นอะไรเลย โดราเอมอนจึงเซ็ตเวลาของไทม์แมชชีนไว้ที่ 0 เพื่อที่จะส่งฟินิเชียไปยังอดีตก่อนที่โลกจะเกิด ก่อนที่จะลงจากเสาหลักเมืองโดราเอมอนดึงน้ำจากทะเลสาบมาดับไฟเบิร์ดโดเปียโดยใช้ไม้เท้าโมเสส จากนั้นไปบอกให้ทุกคนรู้ว่าเอาชนะฟินิเชียได้แล้ว ต่อมามิลค์จับได้ว่าโนบิตะเป็นมนุษย์ จากนั้นทุกคนก็เปิดเผยตัวเองเช่นกัน และได้พบว่ามีมนุษย์มาช่วยเบิร์ดโดเปีย หลังจากนั้นมามนุษย์และนกจึงอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เรื่องก็จบลงด้วยกูซึเกะจะเป็นหน่วยลาดตระเวนในปีถัดไป และหน่วยลาดตระเวนก็พาโดราเอมอนและเพื่อนๆ ไปส่งที่ปากทางไปโลกมนุษย์

ตัวละคร (เรียงลำดับการปรากฏตัว) Edit

ของวิเศษที่ใช้ (เรียงลำดับการปรากฏ) Edit

นักพากย์ Edit

ตัวละคร นักพากย์ญี่ปุ่น
โดราเอมอน Nobuyo Ōyama
โนบิตะ Noriko Ohara
ชิซุกะ Michiko Nomura

Yumi Kakazu]

ไจแอนท์ Kazuya Tatekabe
ซึเนโอะ Kaneta Kimotsuki

เพลงประกอบ Edit

ภาพยนตร์รุ่น 1979
โดราเอมอน: ไดโนเสาร์ของโนบิตะ (1980) ● โดราเอมอน: โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ (1981) ● โดราเอมอน: ตะลุยแดนมหัศจรรย์ (1982) ● โดราเอมอน: ผจญภัยใต้สมุทร (1983) ● โดราเอมอน: ท่องแดนเวทมนตร์ (1984) ● โดราเอมอน: สงครามอวกาศ (1985) ● โดราเอมอน: สงครามหุ่นเหล็ก (1986) ● โดราเอมอน: บุกแดนใต้พิภพ (1987) ● โดราเอมอน: ท่องแดนเทพนิยายไซอิ๋ว (1988) ● โดราเอมอน: ท่องแดนญี่ปุ่นโบราณ (1989) ● โดราเอมอน: ตะลุยดาวต่างมิติ (1990) ● โดราเอมอน: ตะลุยแดนอาหรับราตรี (1991) ● โดราเอมอน: บุกอาณาจักรเมฆ (1992) ● โดราเอมอน: ฝ่าแดนเขาวงกต (1993) ● โดราเอมอน: สามอัศวินในจินตนาการ (1994) ● โดราเอมอน: บันทึกการสร้างโลก (1995) ● โดราเอมอน: ผจญภัยสายกาแล็คซี่ (1996) ● โดราเอมอน: ตะลุยเมืองตุ๊กตาไขลาน (1997) ● โดราเอมอน: ผจญภัยเกาะมหาสมบัติ (1998) ● โดราเอมอน: ตะลุยอวกาศ (1999) ● โดราเอมอน: ตำนานสุริยกษัตริย์ (2000) ● โดราเอมอน: โนบิตะและอัศวินแดนวิหค (2001) ● โดราเอมอน: โนบิตะตะลุยอาณาจักรหุ่นยนต์ (2002) ● โดราเอมอน: โนบิตะมหัศจรรย์ดินแดนแห่งสายลม (2003) ● โดราเอมอน: โนบิตะท่องอาณาจักรโฮ่งเหมียว (2004)
ภาพยนตร์รุ่น 2005
โดราเอมอน: ไดโนเสาร์ของโนบิตะ 2006 (2006) ● โดราเอมอน: โนบิตะตะลุยแดนปีศาจ 7 ผู้วิเศษ (2007) ● โดราเอมอน: โนบิตะกับตำนานยักษ์พฤกษา (2008) ● โดราเอมอน: โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ 2009 (2009) ● โดราเอมอน: สงครามเงือกใต้สมุทร (2010) ● โดราเอมอน: โนบิตะผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก ~ปีกแห่งนางฟ้า~ (2011) ● โดราเอมอน: โนบิตะผจญภัยในเกาะมหัศจรรย์ ~แอนิมอลแอดเวนเจอร์~ (2012) ● โดราเอมอน: โนบิตะล่าโจรปริศนาในพิพิธภัณฑ์ของวิเศษ (2013) ● โดราเอมอน: โนบิตะบุกดินแดนมหัศจรรย์ ~เปโกะกับ 5 สหายนักสำรวจ~ (2014) ● สแตนด์บายมี โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป (2014) ● โดราเอมอน: โนบิตะผู้กล้าแห่งอวกาศ (2015) ● โดราเอมอน: โนบิตะกำเนิดประเทศญี่ปุ่น 2016 (2016) ● โดราเอมอน: โนบิตะผจญภัยในแอนตาร์กติกแห่งคะจิโคะจิ (2017)

Ad blocker interference detected!


Wikia is a free-to-use site that makes money from advertising. We have a modified experience for viewers using ad blockers

Wikia is not accessible if you’ve made further modifications. Remove the custom ad blocker rule(s) and the page will load as expected.

Also on FANDOM

Random Wiki